สวัสดีค่ะ สบายดีรึเปล่าคะ? ไม่ได้พบกันนานเลย...

 

ฉันเริ่มต้นบล็อกนี้ เมื่อ 10 ปีก่อนค่ะ

ตรงกับวันนี้พอดี... smile

 

* 24 / 11 / 2005 - 24 / 11 / 2015 *

 

ฉันเริ่มแนวคิดว่า คนใกล้ตัวของฉัน

จะเพื่อนๆ หรือ อาจารย์ก็มักบอกว่า

 

"ฉันอารมณ์ดีและมองโลกแง่ดี"

 

ฉันจึงอยากจะแบ่งปันความคิดแบบนั้นให้กับคนอื่นๆ...

 

ฉันจึงเริ่มเขียนบล็อก โดยอยากให้เป็น

มุมเล็กในเน็ทที่อาจจะทำให้ใครๆยิ้มได้ สักนิดก็ยังดี

 

ที่จริง แต่เดิม ฉันมองโลกแง่ร้ายและเอาแต่ร้องไห้

ที่เกิดมาก็มีโรคประจำตัวที่ทำให้ทำอะไรไม่ได้อย่างที่อย่างทำ

 

ฉันเกิดมาเป็นเด็กขี้โรคและมีแต่เรื่องที่ทำไม่ได้

ทำไม่ได้...

เพราะขีดจำกัดของร่างกายและความกังวลวิตกมากมายเต็มไปหมด

 

แต่เพราะมีคนใจดีอยู่รอบๆเสมอ

เลยทำให้รู้สึกเหมือนได้รับการช่วยเหลือและเยียวยาจิตใจตลอดมา

ฉันจึงรู้สึกว่า มันอบอุ่นและดีเหลือเกิน

ที่มีใครสักคนดึงฉันออกมาจากการมองโลกแง่ร้าย

 

ทำให้ฉันเข้มแข็งและเดินต่อไปได้โดย

มองโรคประจำตัวเป็นเหมือนสิ่งที่สนุกกับมันได้...

 

ไม่งั้นฉันคงเครียด ไหนๆ มันก็ไม่หาย

ก็มองว่า มันจะเป็นยังไงแล้วรับมือยังไงให้ฮาเข้าไว้ดีกว่า :)

 

..................................

 

และเพราะคนรอบข้างมักดีกับฉัน

ฉันจึงไม่เคยรู้ว่า

โลกภายนอก ที่มีคนต่างจิตต่างใจจริงๆเป็นยังไง...

 

พออายุมากขึ้น

ฉันยังคงมองโลกแง่ดี

และพยายามแนะนำคนอื่นๆให้มองโลกแง่ดีเข้าไว้

 

เพราะฉันเคยเป็นคนมองโลกแง่ร้ายสุดๆมาก่อน

 

ฉันรู้ว่า มันมืดมน

และสับสนแค่ไหนเวลาที่นึกอะไรที่มีความสุขไม่ออก

มันน่ากลัวที่ นึกไม่ออกแม้แต่เรื่องเดียวในชีวิต...ก็นึกไม่ได้

 

มันทรมานมากทีเดียวที่รู้ว่า

การมีชีวิตที่เอาแต่มองโลกแง่ร้าย

คือ การหายใจอย่างอึดอัดกับทุกอย่างไปวันๆ

 

ฉันจึงไม่อยากให้ใครเอาแต่มองโลกแง่ร้าย

และพยายามให้มองโลกแง่ดีเข้าไว้

 

 

แต่ ณ จุดหนึ่ง ฉันกลับเจออุปสรรคปัญหาที่ปรึกษาใครไม่ได้

และปรึกษาไป ก็ได้คำปรึกษามาแบบที่ฉันไม่กล้าจะทำ

 

รวมไปถึงการที่ถูกมองว่า การมองโลกแง่ดี มันคือ

"อีโลกสวยทำตัวปัญญาอ่อนที่สร้างภาพเป็นนางเอกให้คนรักไปวันๆ"

 

มันคือ...จุดเปลี่ยนของชีวิต ฉันรู้สึกโกรธและเสียใจมาก

 

รู้สึกว่า ทำไมกันล่ะ ฉันทำอะไรให้ไม่พอใจขนาดนั้นจริงๆเหรอ?

 

ทีแรก ฉันคิดว่า ฉันจะทนกับมันได้

ฉันจึงทั้งขอโทษและพยายามเลิกทำ

ในสิ่งที่พวกเขาบอกว่า ไม่ชอบให้ฉันทำแบบนั้นแบบนี้

 

แต่ไม่นานนัก

 

ฉันกลับพบว่า เมื่ออีกฝ่ายล้ำเส้นการดำเนินชีวิตของฉันมากเข้า

ฉันกลับเลือกที่จะชนกับปัญหานั้นเข้าเต็มแรง...

 

สุดท้าย ฉันก็พบว่า

 

ฉันกลับมาเป็นคนมองโลกแง่ร้ายขี้โมโห

และพูดจาดุดันเพื่อเอาชนะอีกฝ่ายแบบไม่ไว้หน้า

เหมือนสมัยเด็กๆที่เป็นโรคประจำตัว

แล้วมีคนล้อมีคนเกลียดชัง

สมองที่เอาแต่คิดแล้วเกลียดชังกลับไปกลับมา...

หายใจไปวันๆพร้อมกับนึกเรื่องดีๆไม่ออก ก็กลับมา...

 

............................... cry

 

ฉันละอายใจและเกลียดตัวเองที่เลวร้ายขนาดนั้น

 

มันน่าอับอายที่จะพูดว่า...

 

"ฉันเป็นคนมองโลกแง่ดี ฉันอารมณ์ดีและมีความสุขกับสิ่งรอบตัว"

 

ฉันละอายใจที่จะพูดแบบนั้นเมื่อสิบปีก่อน...

จนแทบอยากจะลบบล้อกทิ้ง...

 

แล้วไม่นานนัก ฉันก็ถูกเพื่อนคนนึงพูดตรงๆแรงๆใส่จนคิดได้

 

"โลกสวยแล้วทำไมล่ะ? ใครมันจะตายเหรอ?

คนเราจะมองโลกแง่ร้ายสักหน่อย มันก็ปกตินี่

แค่เสียใจที่ทำตัวไม่ดี แล้วไม่ทำอีก มันก็พอแล้วนี่?"

 

...ฉันก็คิดได้ว่า นั่นสิ ฉันก็แค่คนธรรมดา...

 

การที่ฉันเที่ยวไปสอนคนอื่นเหมือน

ตัวเองเป็นผู้รู้ด้านมองโลกแง่ดี มันอาจทำให้ฉันเหลิงไปก็ได้

 

ฉันรู้สึกผิดที่มองคนอื่นแง่ร้ายเวลาโกรธจริงๆ...

การที่ฉันฉะคนพวกนั้นไปแรงๆ ฉันก็แย่มากจริงๆ

พอเวลาผ่านไปก็รู้สึกว่า แย่แฮะ

 

ในเมื่อเราเปลี่ยนความคิดเค้าไม่ได้

เค้าก็เปลี่ยนความคิดเราไม่ได้เหมือนกัน นี่นา!?

 

มันก็ไม่ควรจะไปต่อปากต่อคำอีกจริงๆล่ะค่ะ

ฉันมันยึดติดมากไปจริงๆ

 

ดังนั้น อะไรที่ไม่ดี ต้องเลิกคิด...

ต้องไม่กลับไปทำแบบนั้นอีก...

 

แต่บางครั้งก็ เลิกคิดไม่ได้

 

เอาเข้าจริงๆ

ฉันก็เป็น คนธรรมดาที่มีขึ้นๆลงๆ เป็นคนธรรมดาจริงๆ

 

แต่ว่า...

 

การปล่อยให้ตัวเอง

เอาแต่มองโลกแง่ร้ายก็แย่จริงๆอยู่ดีนั่นแหละค่ะ

 

ก็เลยต้องทำตัวแบบที่คนแก่ๆ คอยบอกเสมอว่า

 

"เราต้องรู้จักปล่อยมันไป"

 

ดังนั้น ตอนนี้ ฉันจึงพยายามดึงตัวเองกลับมาที่

 

"จุดสตาร์ทของคนมองโลกแง่ดี"

 

มาเริ่มใหม่อีกครั้งค่ะ+

 

 

แต่ว่า อายุฉันก็มากขนาดนี้แล้วเชียวนะ embarassed

ไม่ได้น่าช่วยเอาใจแบบตอนเด็กๆแล้วด้วยสิ!

 

บทความฉัน ณ ปัจจุบัน อาจจะดูสร้างภาพและเป็นแนวอีโลกสวย

 

แต่ฉันก็คิดว่า มันก็ดีกว่าเขียนอะไรหดหู่แล้วอ่านแล้ว

"แย่แฮะ! ชีวิตหายใจอึดอัดไปวันๆจนได้" อยู่ดี....

 

 

ดังนั้น

ฉันจึงอยากขอโทษ ถ้าทำให้ใครผิดหวัง ที่ช่วงนึงนั้น

ฉันมองโลกแง่ร้ายและเป็นคนไม่ดี...

อาจจะเข้าขั้นเลวร้ายก็ได้ค่ะ?!?! /แย่สุดๆไปเลยนะนั่น!

 

แต่ฉันก็ กลับมาที่เดิมแล้วล่ะ อาจจะเป๋ไปมา ล้มลุกคลุกคลาน

เรื่อยเปื่อยและ เอาแต่ท้อแล้วก็เด้งขึ้นมาใหม่ วนไปวนมาบ้าง

 

และอาจจะต้องยังเผชิญหน้ากับคนที่ อะไรนักหนากับฉันล่ะเนี่ย???

 

แต่ก็จะพยายามเบาลง และปล่อยมันไปให้ได้ค่ะ

 

เพื่ออุดมการณ์

 

"ให้ที่นี่ เป็นมุมเล็กๆที่สร้างรอยยิ้มได้สักนิดก็ยังดี"

 

ฉันจะยังพยายามทำต่อไปค่ะ... wink

 

ยังไง ฉันก็อยากจะไม่ทำตัวชั่วร้ายกับใครไปมากกว่านี้ค่ะ

 

เพราะแค่นี้ฉันก็แย่แล้วนะ หวายยยย!

 

มาเริ่มต้นกันใหม่ การมองโลกแง่ดีไม่ใช่เรื่องเลวร้าย

ถึงอาจจะดูเหมือนเสเสร้งสร้างภาพ

อาจโดนมองว่าเป็น styleอีโลกสวยอยากเด่นในสายตาบางคน

 

แต่ว่า นะคะ ก็อย่างที่คิดนั่นล่ะค่ะ

 

 

"โลกนี้ไม่มีอะไรที่ไร้ค่า

เพียงแต่ว่า คุณจะชอบมันรึเปล่าเท่านั้นเอง"

 

 

ฉันอุตส่าห์จั่วหัวไว้ซะโก้เก๋ ก็ต้องทำให้ได้จริงๆล่ะนะคะ!

 

 

เอาล่ะ Let's ปล่อยมันไปบ้างเถอะน่า แล้วเรามาเริ่มใหม่ดีๆกันดีกว่า!

 

อะไรประมาณนั้นล่ะนะคะ แหะๆ :D

 

 

 

ปัจจุบัน ฉันสบายดีค่ะ

โรคประจำตัวก็ยังเป็นแถมมีโรคอื่นมาเพิ่มด้วย

แต่ก็ชิวๆกับมันไปค่ะ

 

ตอนนี้ กำลังเรียนต่อ

เพื่อทำงานดูแลอนาคตเด็กที่ต้องมีคนดูแลพิเศษอยู่

 

ฉันมีความสุขดี ท้อบ้าง บ่นอุบบ้าง ร้องไห้บ้าง

แต่ก็มีความสุขดีค่ะ

 

 

ฉันอยากให้ทุหคนที่อ่าน มีความสุขเหมือนกันค่ะ

 

รักษาสุขภาพด้วยนะคะ คิดถึงคนที่แวะมาอ่านบล็อกบ่อยๆหลายๆคนค่ะ

 

ขอบคุณนะคะ ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา

 

ヽ(*>◡<* )ノ☆
 

 

แอ๊วแฟ้ววว! (ภาษาบ้าอะไรเนี่ย???)

 

เมริน่า ฟอน เอ็คเซล ค่ะ

 

 

****************************

 

 

Comment

Comment:

Tweet

คำว่าแอ๊วแฟ๊วนี่ ไม่เจอที่ไหนนอกจากที่นี่จริงๆ นะ XD 

 

 

พอโตขึ้นเราก็ต้องเจออะไรๆ ในสังคมมากขึ้นจริงๆ ค่ะ และได้เห็นมุมมืดของโลกใบนี้อีกมากมาย (เฟลแล้วเฟลอีกจนแอบอยากหาสถานที่ปลอดภัยไว้พักใจ จนตอนนี้ก็ยังเฟลอยู่เรื่อยๆ เลย) ที่จริงแล้วมันเซ็งมากเลยนะ ไปไหนก็เจอคนไม่ชอบนี่... เคยพยายามทำอะไรตามใจคนอื่นมากๆ ค่ะ แต่ในที่สุดก็พบว่าเราทำให้ทุกคนชอบเราไม่ได้หรอก ตอนนี้ก็เลยขอโฟกัสแค่คนที่เราแคร์และเขาแคร์เราก็พอแล้ว (ถ้าเค้ารักเราจริงเค้าจะรับได้ในสิ่งที่เราเป็น ล่ะมั้ง...) ประมาณว่าถึงรอบๆ จะมืด แต่ก็รู้ว่ายังพอมีแสงเล็กๆ ใกล้ตัวเสมอค่ะ 

#2 By aleceae on 2016-01-01 23:28

แอ๊วแฟ๊วว เช่นกันค่า 5555+

 

สิ่งสำคัญคือเราต้อง strong ค่ะ คนอื่นเขาจะว่าไงก็ทำได้แค่ว่าค่ะ ถ้าเราเห็นว่าคำพูดพวกนั้นมันหามีสาระสำคัญไม่ก็ไม่ต้องไปใส่ใจ (แต่มันแย่ตรงที่ว่าเขาพยายามจะเล่นงานท่านด้วยน่ะสิคะ ;( ทั้งๆที่โตๆกันแล้ว เป็นผู้ใหญ่แล้วแท้ๆ เพราะฉะนั้นคีนไม่แปลกใจหรอกค่ะที่ท่านจะเฟลแล้วก็โมโหคน(กับเขาก็เป็นด้วย)เอาเหมือนกัน (55555+) แต่ที่บอกให้เข้มแข็งนี่ไม่ใช่ให้พยายามทำตัวเป็นคนดีตลอดเวลานะคะ แค่ให้พร้อมรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นให้ได้ก็พอค่ะ แต่คีนมั่นใจว่า ท่านเข้าใจอยู่แล้วล่ะ ขนาดช่วงที่ท่านเฟลที่สุด ท่านยังอัพเรื่องน่ารักๆมาตลอดเลย *wink*

จะว่าไป เรายังไม่เคบเจอกันเลยนะคะเนี่ย (แต่รู้สึกใกล้ตัวกันมาก และท่านก็เคยเจอกับน้องคีนมาแล้ว 5555+) โอ้ยยย คิดถึงง

#1 By KeeNRx on 2015-11-25 07:50