มีความสุขกับโรคประจำตัว?

posted on 29 May 2008 16:21 by kinderliebenfroh  in Innenwelt

เพราะว่าเป็นมาแต่เกิด

เพราะว่ามันเป็นซะแล้ว

เพราะว่าฉันต้องเป็นนี่นะ

ดังนั้น...
ฉันก็เลยพยายามคิดว่าโรคนี้...เป็น
"พี่น้องฝาแฝด" ไปซะเลยค่ะ

ทำไมต้องคิดแบบนั้น?

เพราะว่า
ถ้าเราคิดว่า

มันเป็น
"กาฝาก
เป็น
"สวะ"
เป็น
"ของโสโครก"

รึอะไรไม่ดีๆล่ะก็....

เราก็จะได้แต่โทษตัวเอง
เกลียดตัวเอง
ที่ต้องมาเป็นแบบนี้ใช่ไหมล่ะคะ?

แล้วยิ่งถ้ามันมาจากกรรมพันธุ์...

นั่น....ก็จะพาลโทษคุณพ่อคุณแม่ไปด้วย...

ฉันว่าโลกนี้ไม่มีพ่อแม่คนไหนดีใจที่
ลูกเป็นแบบนี้เพราะตัวเองเป็นมาก่อนหรอกนะคะ

แล้วที่แย่กว่านั้น...
ก็อาจจะโทษ พระผู้เป็นเจ้า
ไปเลยก็ได้...

นั่นก็แย่เกินกว่าจะคิดไปเลยนะคะ


ฉันไม่เคยคิดโทษใครที่ออกมาเป็นแบบนี้หรอกค่ะ

มาเป็นโรคที่มาจากพ่อแม่
รึการสร้างของพระเจ้า...

โทษใครไปแล้วมันหายรึเปล่าล่ะคะ?

รังแต่จะกรีดเป็นแผลบาดลึกไปเรื่อยๆ

สุดท้ายก็จะแย่เพราะ...
ไม่ยอมยืนหยัดรับความจริง...

ฉันคิดว่าการที่เป็นแบบนี้...ไม่ใช่สิ
การที่ได้เป็นแบบนี้นั้น...

พระเจ้าย่อมมีเหตุผลของพระองค์ค่ะ

ว่าทำไมในบ้าน....ฉันถึงเป็นหนักที่สุด....

แล้วฉันก็พยายามคิด....

ค่ะ...ฉันใช้เวลาคิดนานเอาการ เป็น 10ๆ ปี....
นับตั้งแต่เป็นตั้งแต่เกิด....ว่าทำไม?

ฉันได้อะไรจากการมีโรคเป็นฝาแฝดเกาะติดตัวแบบนี้?

แต่ตอนที่อาการเริ่มเผยให้เห็นชัดตอน 5-6 ขวบนั้น

ฉันกลายเป็นเด็กที่เพื่อนๆรังเกียจ...
แน่นอน...รวมถึงอาจารย์บางคนด้วย...

เด็กผู้หญิงหลายคนไม่เล่นกับฉัน

เพราะโรคATOPICนั้น

คนที่เป็นจะมีแผลเน่าเฟะ
ไม่ต่างอะไรกับเรื้อน....เพียงแต่มันไม่ติดต่อ....

แต่ถึงอย่างนั้น...
การที่มีมือเท้าที่มีเลือดและหนอง
ไหลซึมออกมาตลอดเวลา...
จนดูเหมือนว่าผิวหนังกำลังร้องไห้ด้วยความทรมาน

แล้วพอแผลแห้งมันก็จะติดเสื้อผ้า ถุงเท้า..
เวลาถอดจะทรมานมากๆค่ะ...

จะต้องค่อยๆดึงออกแต่แผลก็ฉีกอีกอยู่ดี...

...เป็นที่น่ารังเกียจของใครหลายๆคน

สุดท้าย...เพื่อนฉันจึงมีแค่พี่น้องและ
เด็กผู้ชายที่ไม่คิดอะไรมาก
เด็กผู้หญิงก็มีเพียงไม่กี่คนที่กล้าเล่นด้วยแบบเต็มใจ

พอโตมาสักหน่อย...ฉันก็ดูแลตัวเองได้
การรักษาอย่างต่อเนื่อง
ทำให้ดูแทบไม่ออกว่าเป็นโรคแบบนั้น

แต่การใช้ยาที่มีสารเคมีแรงๆมากเกินเป็นเวลานาน

ทำให้วันนึง...
ฉันถึงกับเดินไม่ได้...

เจ็บปวดมากเหมือนกับมีใครเอาลิ่มมาตอกคาไว้
มันทรมานมากค่ะ

งอขาไม่ได้
ไม่สิ...มันขยับไม่ได้เลยค่ะ

ทุกครั้งที่พยายามมันจะรู้สึกเหมือนถูกตรึงไว้
ด้วยอะไรบางอย่างที่มันจะกรีดเนื้อ...
...จากภายในขาของฉัน

ความทรมานที่มากเกินไปสำหรับเด็กประถม...
สุดท้ายก็ต้องใช้มือเดินต่างเท้า..

ถึงจะหาหมอแล้วแต่ก็ใช่ว่าจะหายในวันสองวัน

เป็นอาทิตย์ที่ฉันต้องมีชีวิตที่ออกไปไหนไม่ได้แบบนั้น

และที่สะเทือนใจมากกว่านั้น คือ
ฉันได้นั่งรถเข็น เป็นครั้งแรก...

ฉันกลัวมากค่ะ...
ว่าฉันจะต้องมีชีวิตแบบนั้นไปตลอด...

ฉันจึงเอาแต่ร้องไห้แล้วเริ่มคิดว่า

"ไม่เกิดมาซะก็คงจะดีหรอก..."

...ฉันพูดจากใจนะคะ ว่าไม่ได้อยากตาย...

ฉันอยากมีชีวิตอยู่ค่ะ

อยากดูแลพ่อแม่...
แล้วก็ดูซิว่าจะมีคนมารักไหม?

เพราะอย่างนั้น...
การที่ต้องกลายเป็นภาระคนอื่น
จึงทำให้ฉันกลัวมากๆ

...แล้วหลังจากนั้น...
ฉันก็เริ่มกลายเป็นเด็กอารมณ์เสียง่าย
และค่อนข้างเก็บกดค่ะ...

ไม่ยอมออกกำลังเพราะคิดว่าในเมื่อไม่หายทำไปก็ไร้ค่า

การที่ได้แต่มองดูคนอื่นเล่นอย่างสนุกสนาน
แต่ฉันกลับต้องมาเป็นโรคอะไรแบบนี้...

มันทำให้ฉันมองโลกแง่ร้ายแบบสุดฤทธิ์

กลายเป็นเด็กที่ชอบอยู่คนเดียว
และหมกตัวอยู่กับการ์ตูน...ซึ่ง
เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ฉันยิ้มและ
คิดอะไรสนุกๆโดยไม่ต้องวิ่งเล่นกับเพื่อนได้


พอม.ต้นเพื่อนดีๆใจกว้างหลายคนก้ทำให้ฉันเริ่มร่าเริงขึ้น
แต่ถึงอย่างนั้น
ฉันก็ยังสร้างเส้นบางๆกั้นคนอื่นกันตัวฉันเอาไว้ค่ะ

เพื่อนหลายคนมองว่าโรคที่ฉันเป็นมันสำออยก็มี

แต่เขาไม่พูดออกมา...

แต่ว่า ฉันดันไปได้ยินเข้าซะนี่...

ซึ่งนั่นจึงทำให้ฉันไม่ชอบที่จะสนิทกับใครมากไป...

ฉันเป็นแบบนั้นมาจนถึงม.ปลาย....

ม.ปลายนี่แหละค่ะ
ที่เริ่มเปลี่ยนฉัน...
เพราะเริ่มโตแล้วมั้ง?

แล้วก้เริ่มคิดว่าจะอยู่และตายไปแบบนี้เหรอ?

ฉันเริ่มคิดว่า...
การเป็นแบบนี้มันดีแล้วเหรอ?

เด็กผู้หญิงคนอื่นๆเขาทำอะไรบ้างนะ
มันน่าสนุกดีไม่ใช่เหรอ?

ถึงจะสนุกกับการแต่งตัวแต่งหน้าไม่ได้

ก็ลองเดินออกจากมุมอับของตัวเองดูบ้างก็ดี

ฉันเริ่มสนิทกับเพื่อนมากขึ้นค่ะ

แล้วที่เปลี่ยนตัวเองมากที่สุดก็ คือ

ตอนที่entแล้วได้คณะที่ม.แห่งหนึ่ง
ซึ่งมีลมทะเลที่แสลงโรคฉันพัดเอาๆ

ฉันก็เลยต้องออกค่ะ
แล้วก็กลับมาอยู่บ้าน...

ชีวิต 1 ปีที่ได้แต่อยู่บ้าน
และเฝ้ามองคนอื่นสนุกสนานกับชีวิตใหม่ที่ใหม่
ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนโดนทิ้งไว้ข้างหลัง


แล้วคำถามที่ว่า
"ทำไมฉันต้องเป็นแบบนี้ด้วย?"
มันก็กลับมาอีก...

ฉันก้เดินกลับไปในมุมมืดเล็กๆ
ที่มีเส้นบางๆกั้นไว้เหมือนเดิม...

แต่ตอนนั้นเอง...
ฉันได้ไปเจอกับคนคนนึงเข้า
เขาพูดปลอบใจฉันว่า

"การที่พระเจ้าทดสอบใครด้วยโรคภัยอะไรนั้น
พระองค์ย่อมอภัยโทษในบาป(บางอย่าง)แก่เขาเสมอ

และ การที่เราป่วยแล้วอดทน...
พระองค์จะทรงตอบแทนให้เรา"


จริงๆ...ฉันเคยได้ยินคำพูดนี้ค่ะ

แต่เพราะฉันยืนอยู่ในมุมมืดที่ไกลเกินไป
คำพูดนั้นจึงได้แต่ผ่านหูของฉันไป...

แล้วฉันก็เริ่มนึกออกว่า...
แต่ก่อน ตอนไม่สบายหนักๆ
ฉันได้ในสิ่งที่อยากได้หลายๆอย่าง
อย่างไม่น่าเชื่อ....

แล้วก็นึกได้อีกว่า
ฉันมักจะถูกปกป้องจากสิ่งไม่ดีบางอย่าง
จากโรคที่ฉันเป็นนี่เอง...

....แล้วการที่ฉันเดินไม่ได้และเป็นโรคแบบนี้


ใช่ว่าเป็นคนเดียวที่ไหนกันล่ะคะ?

คนอื่นๆ ก็เป็น...

บางคนอาจจะน้อยกว่า

และเป็นมากกว่าอีกก็มีอีกหลายคน...

 

แล้วเขาก็ยังมีความสุขได้ดี



แล้วฉันก็เก็บเอาความทรมานนั้นมาคิดดูว่า

ฉันจะทำยังไงให้คนอื่นๆ
ไม่คิดในแง่ลบกับตัวเองได้บ้าง?

จะทำยังไง?

แบบไหน?

ถ้าตัวเองไม่ทำตัวให้ดีก่อน...ใครเขาจะทำตาม?

ฉันก็เลยคิดว่า...

การที่ฉันเป็นแบบนี้นั้น
ก็เพื่อสอนให้รู้ว่า

จริงๆ ตัวเองก็เป็นคน...น่าจะทำอะไรได้มากกว่านี้

ถ้าฉันไม่เป็นแบบนี้

ฉันอาจเป็นคนที่เหลวแหลกก็ได้

แล้วก็พอคิดดีๆ...การที่เป็นตั้งแต่เด็กมันเป็นสิ่งที่ทรมานที่สุด

ฉันจึงคิดว่า

ถ้าทำอะไรเพื่อเด็กๆที่ไม่มีโอกาสได้ก็คงดี

ถ้าช่วยเด็กให้ไม่ต้องมีเรื่องเศร้าๆได้ซัก 2-3 คนก็คงดี

ฉันจึงเริ่มใส่ใจการบริจาคช่วยเหลือเด็กกำพร้ามากขึ้น

ช่วยเหลือคนที่ไม่สามารถมีในสิ่งที่คนอื่นมีมากขึ้น

พอทำแบบนั้นแล้วได้รอยยิ้มกลับมา

หัวใจก็พองโตจนแทบจะลืมเรื่องในอดีตจนหมดไปเลยค่ะ

...ฉันก็เลยรู้ว่า

ฉันอยากอยู่เพื่อทำดีให้มากที่สุด ค่ะ

แต่แค่ตอนนั้น ฉันไม่เคยมองเห็นเท่านั้นเอง...

เพราะฉันเอาแต่นั่งหลบอยู่ในมุมมืดไงคะ

พออกมาได้ก็แทบจะเปลี่ยนไปหมดเลย...


ญาติๆหลายคนก็บอกว่าฉันแปลกไปเยอะค่ะ(ดีป่ะเนี่ย ตกลง?)

 

 

ฉันพยายามนึกแต่เรื่องฮาๆกะชีวิตค่ะ

ก็...เวลาแผลกำเริบเดี๋ยวนี้...ก็จะ

"โอ๊ว! อะไรกันนี่ กองทัพAtopicบุกมาจากทางตะวันตก!
เม็ดเลือดขาวโปรดแซ่บๆ ยาจะลงไปช่วยแล้ว!!! โอ๊ทส์!"


อะไรประมาณนี้เลยค่ะ

เหอๆๆๆๆ....

บางทีมีมองดูดีๆสิ...แผลเหวอะนี่คล้ายๆแผนที่โลกเลย

อุ๋...รึมันจะเป็นหน้าป๋าเบลนะอันนี้?

ก็บ๊องไปเลยค่ะ...แหะๆ

ไม่งั้นมันเครียดนะคะ

คิดดูสิคะ
เสื้อใส่อยู่บ้านฉันมีรอยคราบเลือดเต็มไปหมดเลย

บางทีก็คิดฮาไปว่า...อะ..."คุณนั่นแหละ คือ คนร้าย!"

อะไปถึงขนาด...

เสื้อผ้าออกนอกบ้านจึงเน้นสีดำเพื่อกลบเกลื่อนเลือดสาดค่ะ

หึๆ....ฉันว่าสีดำมันอึดนะคะ เปื้อนก็มองไม่ออกดี

ถุงมือๆๆๆ ยาวถึงศอก
ก็คิดซะว่า ตอนนี้เดี๊ยนอยู่ AX ฮ่ะ หึๆ

แต่ที่เหนืออื่นใด...ผ้าคลุมก็มีนะคะ
หนังหัวต้องถูกปกป้องเช่นกันค่ะ

เรียกว่า ครบชุดAX ...เป็นSisterเมริ กันไปเลย

จริงๆ อ.ฝรั่งคนนึงแกก็เรียก ว่า "Sisterเมริน่า" นะคะ
อุก...เด่นชะมัดไม่เรียกจะดีใจกว่านะคะ
(บางคนนึกว่าจริงนะน่ะ)

...อ่ะนะคะ


ก็เลยไปๆมาๆไหงฉันถึงกลายมาเป็น
พวกบ๊องล่องตามลมไปได้ก็ไม่รู้ค่ะ

แต่เอาเป็นว่าฉันชอบนะคะ

มันสนุกสนานดีค่ะ
แล้วก็....
อยากให้มีคนเดินออกจากมุมมืดได้แบบฉันนะคะ


ถึงบางที...

เวลาเศร้าใจกับอะไรบางสิ่งฉันมักจะเผลอไป
หยุดมองดูมุมมืดๆนั่นอีกก็ตาม...

แต่ว่าฉันก็ไม่คิดจะเข้าไปอีกหรอกนะคะ

แนแค่ยืนดูให้รู้ว่า
ถ้าเข้าไปจะต้องกลับไปร้องไห้อีกมากแค่ไหน

ยืนร้องไห้ข้างนอกให้พอ...พอโล่งใจก็เดินต่อเท่านั้นค่ะ


ที่เขียนนี่ไม่ได้ให้สงสารนะคะ

แค่อยากให้รู้ว่า

ฉันทำยังไง คิดยังไงที่เป็นแบบนี้ค่ะ

จะไม่เชื่อก็ได้นะคะ

จะหาว่าโกหกก็ตามใจ...


แต่ถ้าฉันก็โกหกก็ดีสิคะ

ถ้าโรคที่ฉันเป็นมันเป็นเรื่องโกหกก็ดีน่ะสิ....


ฉันจะได้ไปcosเล่นแบบคนอื่นได้ซะที...

จะได้ออกไปนอกบ้านได้อย่างอิสระ
ไม่ต้องรอให้แผลแห้ง-หมดกลิ่นคาวเลือดก็ดี...

เรื่องแบบนี้ไม่เป็นกับตัวไม่มีทางเข้าใจหรอกนะคะ

เพราะอย่างนั้นแล้ว...

อย่าหาว่าโกหกเลยค่ะ...
ฉันจะดีใจมากถ้าเข้าใจนะคะ

อ่ะ...แต่ฉันก็หวังลึกๆว่ามันจะหายนะคะ

ถึงจะไม่มีที่ไหนบอกเลยค่ะว่ามันรักษาได้....


เอาเป็นว่า ตอนนี้...ก็มีชีวิตอยู่กับโรคนี้

แบบเพื่อนกันมันดีค่ะ

ง่า...แปลกไปหน่อยนะคะ...

 

ช่วงนี้ฉันต้องไปหาหมอทุกๆ 3 วัน

เพื่อไปทำการรักษาเลยแทบจะไม่ได้ไปไหนเลยค่ะ

 

ฮา...แต่เพื่อสุขภาพตัวเอง สู้ๆ เนอะ!




...นั่นฉันเองล่ะค่ะ แหะๆๆๆ...

หมวกเมียร์ก้าทำยากส์มาก!

 

 

 

******************

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ผมคนนึงขอส่งกำลังมาให้ครับ

#1 By ฺBOWSCLOSE* on 2008-05-29 16:47

สู้ๆนะฮะ

ทุกๆอย่าง ถ้าไม่มีความหวัง เราก็อยู่อย่างไม่มีความสุขหรอก เพราะฉะนั้น ต่อให้หวังลมๆแล้งๆ ก็ยังมีความสุขมากกว่าไม่หวังอะไรเลย เพราะฉะนั้น สู้ๆนะฮะ

#2 By SanokI on 2008-05-29 16:50

คุณเมริก็อย่าไปคิดมากเลยนะค่ะ สู้ๆ
อย่าคิดว่าตัวเองอยู่คนเดียวด้วย ส่งกำลังใจให้เสมอนะค่ะ

ว่างๆมาเป็นท่านย่าให้มั้งสิค่ะ > <

#3 By atanberry on 2008-05-29 16:50

ดีแล้วคะที่เมริซังกลับมาร่าเริงได้ ~

มองโลกแบบแง่ดี สนุกกว่ามองโลกแง่ร้าย นะคะbig smile

สู้ต่อไปคะ ซิสเตอร์เมริน่า!!

ปล.ถ้าจะขอแบบชุดของเมียร์ก้าจากเมริซังจะได้มั๊ยคะ? คืออยากได้หลายๆแบบมาเทียบกันดู แต่ถ้าหาลำบาก เอาเท่าที่มีก็ได้ค่ะ

#4 By [Tsuki Barvon] on 2008-05-29 16:53

....เศร้าไปด้วยกันคงไม่มีประโยชน์
....เดินไปด้วยความเข้าใจด้วยกำลังใจถึงจะดี
....รักษาตัวดีดี หวังว่าอาการคงทุเลาและหายไปในที่สุด
"อยากให้มีคนเดินออกจากมุมมืดได้แบบฉันนะคะ"
สำหรับประโยคทองคำ Hot! Hot!
'block cooool!'

#5 By BOB_SPOKESMAN OF BROKU on 2008-05-29 16:57

ยกรางวัลหญิงอึด (ถึก!!) แห่งปี cry ขนาดเซย์เป็นลมพิษ ทายาที่มันเป็นแป้งอ่ะค่ะ พอแห้งแล้วมันตึงผิวจนรำคาญเลยล่ะค่ะ อ่านชีวประวัติ ? ของเมริซังเเล้วเหมือนนั่งฟังบรรยายอะไรสักอย่าง อยากให้คนที่ท้อแท้กับชีวิตได้อ่านจังเลยล่ะค่ะ


สิ่งที่เราได้รับมาไม่ว่าจะต้องการหรือไม่ต้องการ เราไม่ควรที่จะมองแต่ด้านร้ายๆ บางครั้งในสื่งที่ร้ายนั้นอาจจะมีสิ่งดีๆแฝงอยู่ก็ได้ double wink


เพียงแค่คิดที่จะทำ ก็ถือว่าสำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง


ปล. รุปนั่น เห็นแต่นิ้ว ไม่เห็นหน้าอ่ะ

sad smile

#6 By †:.Sesary.:† on 2008-05-29 17:02

เมริสุดยอดมากเลย เข้มแข็งมากๆ

นับถือตรงที่ไม่โทษใครเลย ยอมรับในสิ่งที่มันเป็น แล้วก็มองโลกในแง่ดีด้วย สุดยอดมากค่ะ TwT)b

ตอนที่เจอเมริครั้งแรก เมริร่าเริงมากจนดูไม่ออกเลยนะว่าเป็นโรคนี้

เคยได้ยินมาว่า ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว ถ้าใจเราสู้ ยังไงก็ไหว เนอะ !

อาจจะเมนต์อะไรไม่ได้มาก แต่ก็อยากให้สู้ต่อไปค่ะ! คิดถึงเรื่องสนุกๆเข้าไว้

แล้วก็รักษาตัวด้วยนะคะ

ว่าแต่ตอนนี้เรียนโทใช่ไหม? เป็นไงบ้างคะ ขอให้ผ่านฉลุยเลยเน้อ ^^

วันไหนไปงานการ์ตูน(งานไหนสักงาน)ได้ บอกด้วยน้อ มิสๆ

#7 By ┼ SY┼ on 2008-05-29 17:05

Hot! Hot! Hot! Hot!
เมื่อครุ่ลืมให้เจ้าค่ะ

#8 By †:.Sesary.:† on 2008-05-29 17:13

อ่า เคยแอบอยู่ในจมุมมืดเหมือนกันค่ะ แต่ออกมาได้ 3 ปีกว่าๆแย้ว แต่ถึงไม่ได้หลบอยู่ในมุมมือเพราะโรคที่ติดตัว มาตั้งแต่เกิดหรอกค่ะ(อีที่ติดตัวอยู่อย่างมากสุดก็ วิ่งไม่ได้ บางวันก็เดินไม่ได้แค่นั้นเอง) เพราะโรคกลัวคนตะหากค่ะ

แต่พอเข้าใจนะคะว่า พอโตแล้ว โตไปเรื่อยๆมันก็ทำให้ คิดอะไรได้เยอะขึ้นน่ะคะ

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์ในบล๊อกข้าน้อยนะคะbig smile

Hot! Hot!
Hot! Hot! Hot!
พลังใจน่าชื่นชมมากๆค่ะ
อยากให้หลายๆคนคิดได้อย่างเมริซังบ้าง

เป็นกำลังใจให้นะคะ

#10 By k a z on 2008-05-29 18:49

เมริซัง เข้มแข็งจัง ><
การมองโลกในแง่ดี แจ๋วไปเลยค่ะ อ่านแล้วได้ข้อคิดอะไรๆเยอะเลย อยากให้คนที่กำลังไม่สบายอยู่ ได้มาอ่านบ้างจังจะได้มีกำลังใจ แล้วก็สู้ต่อไป
ยังไงก็สู้ๆนะคะ สู้ๆๆๆ ^^
/ชอบบีจีใหม่อ่ะค่ะ น่ารักกก
/ รูปเมริซังเห็นแต่นิ้วอ่ะ ฮา
Hot!

#11 By ~tunareeht~ on 2008-05-29 19:07

พี่เมริเป็นคนเข้มแข็งมากๆเลยค่ะ รีนนับถือค่ะ!
นั่นสินะ.... ถ้าคนเราคิดว่ามันเป็นเพื่อนของเราก็คงไม่ต้องทนอยู่กับแง่ร้ายหรอกค่ะ
คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเป็นได้ใช่มั้ยคะ
พี่เมริสู้ๆนะคะ
อ่านแล้วเป็นยอดหญิงจริงๆ


ปล. รูปนั่น.... เปิดผ้าหน่อยสิคะ!!!

#12 By ~SirNeer~ on 2008-05-29 20:23

TTwTTเห็นอย่างนี้แล้วฉันคงต้องออกจากมุมมืดบ้างแล้วล่ะ
ถึงจะไม่ได้เป็นโรคอะไรแต่ฉันก็ชอบมองตัวเองในแง่ร้ายอยู่เรื่อยเลย
ขอบคุณนะคะ ซิสเตอร์เมริน่าbig smile สู้ต่อไปอย่าท้อนะคะ


ปล.ถ้าไม่เป็นการรบกวนเกินไปช่วยบอกที่ซื้อนิยายทรินิตี้บลัดให้หน่อยได้มั้ยคะ//ถ้าว่างนะคะbig smile

#13 By :+:~DarkIChiGo~:+: on 2008-05-29 20:36

Hot! Hot! Hot!
อ๊ะลืมๆ

#14 By :+:~DarkIChiGo~:+: on 2008-05-29 20:38

ดีจังเลยนะคะที่ยอมรับและอยู่กับมันได้อย่างมีความสุข

กำลังใจดีเยี่ยมสุดยอดด

ชีวิตนี้มีค่าเสมอค่ะ big smile

#15 By HoRo ... ll on 2008-05-29 23:07

Hot!
แวบมาให้ด้วย ตอนพิมพ์ครั้งแรกนั่นอยู่ที่ทำงาน (เปรี้ยวมั้ยล่า หึๆ)

รักษาสุขภาพด้วยนะคะ ^^

#16 By ┼ SY┼ on 2008-05-29 23:11

เข้มแข็งจริงๆค่ะ โดยส่วนตัวเป็นคนสุขภาพดี แต่ก็ยังมีเวลาที่โทษตนเองและคนรอบข้าง พอได้อ่านแบบนี้รู้สึกเลยว่า ตนเองนั้นช่างไม่ได้เรื่องจริงๆ

คุณเจ้าของบล็อคได้ทำความดีอีกเรื่องที่อัพเอนทรี่นี้แล้วล่ะค่ะ คุณกำลังบอกเล่าและสอนบางอย่างแก่เราคนหนึ่งล่ะค่ะ อยากให้คนที่เอาแต่พรำโทษคนอื่นได้อ่านจริงๆ

ขอบคุณสำหรับคำบอกเล่า และเรื่องราวเหล่านี้ค่ะ ขอเป้นกำลังใจให้อาการดีขึ้นนะคะ
Hot! Hot! Hot!

#17 By ruk21us on 2008-05-30 01:13

เป็นกำลังใจให้นะครับ

ในวันที่เธอ ท้ออย่าลืมมาเปิดดูคอมเมนท์เรานะ
^0^

#18 By dsin (58.8.56.213) on 2008-05-30 07:16

สู้ๆ ค่ะ การอยู่ยากกว่าตายเยอะ เป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ๆ ค่ะ

#19 By General เบ๊ on 2008-05-30 09:20

Hot! Hot! Hot!

มีความคิดที่น่าชื่นชมมากๆเลยค่ะ
นับถือเลยนะคะเนี่ย ^^~~

สู้ๆนะคะ

#20 By 【☆ EvE ♥ Kazunari ☆】 on 2008-05-30 09:27

cry ขอเป็นกำลังใจให้นะฮะ Hot!

#21 By ✖ แมวดาว ✖ on 2008-05-30 11:35

เป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ ๆ ค่ะ

#22 By mariposa (203.146.115.35) on 2008-05-30 11:37

นับถือใจจริงๆค่ะสู้ๆๆๆๆ

#23 By (^_^)/nana on 2008-05-30 11:46

Hot!
อ่านแล้วหลากอารมณ์แท้...
แต่ที่แน่ๆรู้สึกอิ่มเอมประหลาด...
ชอบที่เห็นว่าเป็นคนมองโลก(โรค)ในแง่ดี
ขอให้สดใสร่าเริงอยู่เป็นนิจ
ขอให้อย่าทิ้งความหวังและความสดใสร่าเริง แม้ในโมงยามที่สุดจะทน

จะเป็นกำลังใจให้เสมอนะ

#24 By Lagnadan on 2008-05-30 12:30

เข้มแข็งมากเลยค่ะ


อ่านแล้วรู้สึกว่า
ตัวเองยังเป็นน้อยกว่าคนอื่น
แค่นี้จะไปคิดมากอะไร ><

สู้ต่อไปค่ะ ท่านเมริิ ~~
ให้ดาววว
ปุ๊ง! ปุ้ง!Hot! Hot! Hot! ปุ๊ปุ้ง

#25 By .*>♣Eri-chanz♣ on 2008-05-30 14:02

อ่านแล้วได้แง่คิดและมุมมองใหม่ๆ ในชีวิตเลยค่ะ จขบ.เข้มแข็งมากๆ เลย สู้ๆ นะคะ double wink

#26 By fayth on 2008-05-30 14:49

เข้ามา้ป็นกำลังใจให้นะค่ะ

#27 By ~memay~ on 2008-05-30 16:12

อ่านบล็อกของเมริซังแล้วทำให้รู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาทุกทีเลย

คนเราขึ้นอยู่กับความคิดของตัวเองจริงๆ...
เป็นความคิดที่ดีมากๆเลยล่ะค่ะ

เป็นกำลังใจให้อีกคน ยังไงก็ขอให้อาการดีขึ้นเรื่อยๆนะคะ big smile

#28 By moth on 2008-05-30 16:22

เก่งจัง

สู้ ๆ นะ Hot! Hot!

#29 By N A R C O T I C N A I V E on 2008-05-30 17:32

สู้ๆ นะคะ
เราก็จะสู้ด้วย big smile

#30 By 【零-blUeFaKe-】 on 2008-05-30 18:24

มองโลกในแง่ดีเป็น

ยังไงก็สุขได้ครับ

#31 By 9sword on 2008-05-30 18:44

ความจริงติดตามบล็อกท่านเมริมานานแล้วนะค่ะ
แต่ไม่กล้าออกคอมเมนท์(กลัวอะไรก็ไม่รู้) sad smile
ท่านเมริเป็นคนมองโลกในแง่ดีมากๆคนหนึ่งเลยนะค่ะเนี้ย
แปะดราก้อนบอล Hot!
ขอเป็นกำลังใจให้นะค่ะ สู้ๆ!!
อิฉันสายตาสั้นตั้งแต่เกิด จิ๊บจ้อยกว่าเยอะ cry

#32 By Natzagear on 2008-05-30 19:46

แม้จะหกล้ม ตกหลุม
อยู่มุมมืดไปบ้าง

หาที่อยู่ของตัวเองเจอจนได้
ดีใจด้วยค่ะ big smile Hot!

ดีใจนะที่ได้อ่านเอนทรี่นี้ big smile

#33 By dawinxx on 2008-05-30 21:26

เราชอบใช้ชีวิตแบบตามใจตัวเอง ทำให้ตัวเองมีความสุข
เสียงนกเสียงกา ไม่ว่าจะพูดอะไร เราก็จะไม่เก็บมาคิด
เธอเองก็พยายามต่อไป อย่าเอาความคิดใครที่ไม่ดีมาเก็บใส่ใจ
ใช้ชีวิตให้มีความสุขที่สุดดีกว่านะ เรื่องร้ายๆ ก็อย่าไปคิดถึงมันนักเลย
ขอเป็นกำลังใจให้อีกคนค่ะ

#35 By ... on 2008-05-30 22:18

เป็นกำลังใจให้นะครับ

...เขียนได้ดีทีเดียวครับ...

#36 By Bluewhale on 2008-05-30 22:36

T_T
แล้วแล้วซาบซึ้งบรรยายไม่ถูก
รุ้แต่ว่า การที่พระเจ้าทดสอบ บลาๆๆ
เหมือนจะเคยเป็นคิดแบบนี้อยู่ตอนทีป่วย
น่าจะตายอยุ่มะรอมมะร่ออยุ่เหมือนกัน


แต่ถ้าเรายังมีชีวิตอยุ่ล่ะก็เราต้องเจอ
เรื่องดีๆอีกเยอะแยะในชีวิตแน่นอน
อย่างน้อยขอศรัทธาในตัวเองก็ยังดี

ขอส่งกำลังใจด้วยอีกคนๆ
Hot! Hot! Hot!

#37 By ฿฿- Try -฿฿ on 2008-05-30 23:55

Hot! Hot! Hot!

เป็นกำลังใจให้ครับ
ขอให้หายเร็วๆน๊า สู้ๆ


คุณเป็นคนที่เจ๋งมากๆ surprised smile

#38 By >t-O.y: on 2008-05-31 09:55

เราก็เป็นนะ
เราแพ้ฝุ่นขั้น...รุนแรงอ่ะ เจอฝุ่นทีหายใจไม่ได้หรือไม่ก็ไอจนเลือดแทบจะออก
ธรรมชาติเป็นอะไำรที่พรหมลิขิตไม่ได้

#39 By ☆アキちゃん☆ on 2008-05-31 12:06

เมริซัง...สู้เข้าไว้ค่ะ

เราต้องรับความกลัวเอาไว้เเล้วเป็นเพื่อนสนิทกับมัน

#40 By pingy on 2008-05-31 12:57

สู้เค้านะคะ
เป็นกำลังใจให้น๊า~!!!
เข้มแข็งมากๆเลยค่ะ
สู้ๆๆๆๆๆๆๆ

#41 By Mei~Jin on 2008-05-31 14:40

เป็นกำลังใจให้อีกคนนะคะ
Hot!
เป็นเรื่องดีมากๆที่คุณยอมเปิดเผยตัวเอง
เพราะ
เมื่อไหร่ที่เกิดท้อถอยขึ้นมา
กลับมาอ่านบทความนี้แล้ว
จะได้มีกำลังใจ

สู้ๆ ค่ะ หวังว่าการแพทย์จะก้าวหน้าขึ้น
จนสามารถรักษาคุณให้หายจากอาการเหล่านี้ได้

#42 By PoY on 2008-05-31 18:08

อื้อ ตัวเอ๊งงงงง ตัวเองนี่เยี่ยมเลย เก่งมากๆ เข้มแข็งมากๆ กำลังใจดีมากๆ!
cry
รู้มั้ย? อ่านเอนทรี่นี้แล้วทำให้อีฟมีกำลังใจขึ้นมาเลย แบบว่าอ่านแล้วมัน ~โอ้ว!!!!
มันยอดเยี่ยมมากเลย คงไม่จำเป็นต้องบอกว่า 'สู้ต่อไป' เพราะตัวเองสู้อยู่แล้วอะ
แต่ว่าๆๆ อยากบอกให้รู้ว่า ตอนนี้เมริซัง (ขอเรียกอย่างนี้นะ เห็นในคอมเมนต์อื่น) กลายเป็นกำลังใจให้ใครหลายๆ คนแล้วนะ รู้ตัวมั้ย? อิอิอิอิ

#43 By อีฟ on 2008-05-31 19:25

ร่างกายที่เปราะบางอาจก่อกำเนิดจิตใจที่เข้มแข็งกว่าใคร

เป็นกำลังใจให้เข้มแข็งต่อไปและตลอดไปครับ

#44 By oatato on 2008-05-31 20:38

พยายามเข้านะคะ เราเข้าใจเลยล่ะค่ะเคยดูรายการเกี่ยวกับโรคประมาณนี้มาบ้างเหมือนกัน พอมาอ่านบล็อคนี้ยิ่งเข้าใจเลยค่ะ

นับถือในความเข้มแข็งและมองโลกในแง่ดีเลยล่ะค่ะ

สู้ตายนะคะ จะเป็นกำลังใจให้!!!! ^^

#45 By Futago on 2008-05-31 23:36

เข็งแข็งมากครับ สู้ๆต่อไปมันจะดีขึ้นเองครับผม

ผมก็มีเพือนที่เป็นแบบนี่ มันก็สู้ครับ ทำตัวให้เหมือนคนอื้น

ส่งกำลังใจให้นะจ้า ^^

#46 By [Blog]-`Nutty.,* on 2008-06-01 01:17

อ่านเอนทรี่นี้แล้วรู้สึกว่าพี่เป็นคนมองโลกในแง่ดีมากๆ เก่งมากเลยค่ะ

อ๊ากกกกก! มาเป็นพี่สาวหนูเหอะ!! (มันชื่นชมจนบ้าไปแล้ววว)

สู้ต่อไปนะคะพี่ ชีวิตนี้ยังอีกยาวไกล เป็นกำลังใจให้ค่ะ



Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#48 By aleceae on 2008-06-01 17:35

มาเม้นช้ามาก ขอโษนะคะเมริน่าซัง T[]T

(ทำงนโต้รุ่งนานไปห่อย การ์ดหน้าจอคอมเจ๊งเอาดื้อๆเลย แง T T)

ขอให้หายไวๆนะคะเมริน่าซัง
ตอนแรกชั้นเองก็รู้สึกกับตัวเองว่าทำไมชั้นต้องมาเจอ
กับโรคทรมานๆแบบโรคข้อเข่ากับกระดูกสันหลังแบบนี้
แต่พออ่านเรื่องของเมริน่าซังแล้ว...

เรื่องของเบลฯกลายเป็นเรื่องขี้ประติ๋วไปเลย
เมริน่าซังมองโลกในแง่ดีมากๆ
เรานับถือเมริน่าซังจริงๆค่ะ ^^

ขอให้หายไวๆนะคะ

#49 By Bellona Esperanza on 2008-06-02 20:03

แอบเป็นแฟนบลอกของคุณเมริมานาน เพราะชอบภาษาการเขียนบลอกของคุณเมริ และเป็นแฟนทีบีด้วย

ขอเป็นกำลังใจให้ด้วยคนนะคะ สู้ๆ

#50 By Bin (58.9.64.83) on 2008-06-03 14:54

พี่เก่งมากเลยที่สามารถยืนหยัดได้อย่างสง่าผ่าเผย ทั้งๆที่เป็นแบบนั้น
ขอคารวะจากใจจริงค่ะconfused smile

#51 By Eta on 2008-06-08 00:18