[Sieglinde's story]#05:" Turin & Sieglinde ... "

posted on 26 May 2012 21:19 by kinderliebenfroh  in EH-chara-event, Innenwelt, My-Artpaper, Sagen-Sagen
 
 
 
 
*[ Sieglinde's story]*
*Sieglinde & Elfrieder*
 ละครตอนยาว ของ ซี้กลินเด้อ กับ เอลฟรีเดอร์ ค่ะ

 *ตอนก่อนหน้ารวบรวมไว้แล้ว ที่
 
 
 
 
 
++++++++++++++++++++++++++++++
 
 
 
 
 
 
 *มีติดเรทเพราะคำพูดไม่สุภาพกับฉากใช้ความรุนแรงด้วยล่ะค่ะ *
 
 
 
 
#05 : " ...Turin & Sieglinde ... "
 
                   (/ ทูริน กับ ซี้กลินเด้อ)

 
 
 
 
 
 
 
 
ในขณะที่ ไม่รู้ว่าลูกสาวไปไหนตั้งแต่ตื่นนอนมา
ท่านพ่ออัททิล่าก็ไปถามหาจากลูกชาย ก็พบว่า

"อะไรนะ!? ซี้กลินเด้อไม่อยู่แล้ว!?"

อัททิล่าที่ปกติ เป็นคนไม่ชอบส่งเสียงดังเท่าไร
แต่กลับอุทานดังขึ้นทันที ที่ได้รับคำตอบจากลูกชายตัวดี
อย่างไม้สเตอร์(Meister) ว่า
 'โห...Vati*ซี้กลี่? มันไปบ้านฑีณี่ตั้งแต่ตี 4 แล้วไง?
 ก็มันยืมไม้กวาดเขามานี่ ก็ต้องเอาไปคืนสิ?'
(*vati  /ฟ้าตี้/-คำเรียกพ่อในภาษาเยอรมัน)
ผู้เป็นลูกชายตอบแบบไม่ได้ใส่ใจในอารมณ์ของพ่อตัวเอง
ในตอนนั้นเลย ซ้ำยังยิ้มออกมาอีก

"ไม่รู้มันไปทำเหวอ เบลอ สมองเอ๋อ อะไรมา
ไม้กวาดพัง เลยต้องมายืมเงินผมไปใช้ฑีณี่ด้วยแน่ะ
หะๆๆ ปีก่อนก็ตกลงมา ตอนพยายามปีนไปช่วยลูกนกตกรัง
ทำไมยัยนี่ไม่รู้จักคำว่า วัฏจักรของชีวิตนะ?
 ยุ่งไม่เข้าเรื่อง ทำดีอย่าให้เด่นจะเป็นภัย
สุดท้ายก็เจ็บตัวเองตลอด เฮ้อ สงสารจน...
...เข้าสู่ขั้น น่าเวทนา แล้วนะเนี่ย"
พูดจบเขาก็ขำออกมาพลางนึกภาพในอดีตไปด้วย
แต่อัททิล่าไม่ได้รู้สึกว่ามันตลกตามแม้แต่น้อย

"ข้าบอกให้บอกซี้กลินเด้อมิใช่เหรอ?
ว่า ตอนบ่ายจะมี 'แขกคนสำคัญ' มาขอพบน่ะ!"
 อัททิล่าตะคอกใส่ด้วยความโมโห ไม้สเตอร์เองก็พอจะรู้แล้วว่า
 ท่านพ่อของตัวเองไม่มีอารมณ์จะมาล้อเล่นด้วย
จึงตอบไปว่า
 
 
 "ก็...ลืมไง+ แต่ธุระ ไม่สำคัญก็รอได้นี่?"

 เมื่อได้ฟังดังนั้น อัททิล่าจึงโกรธขึ้นมาทันที
"ลืม!? เจ้าบอกว่า ลืมอย่างนั้นรึ???
 ไม่ใช่ว่า ไม่ใส่ใจจะบอกหรอกรึ???"
 ไม้สเตอร์เอง พอเห็นว่าพ่อโกรธจัดจึง ตอบไปตามตรงว่า

 "จริงๆก็บอกแล้ว แต่มันบอกว่า แวะไปแป๊บเดียว
 แล้วระหว่างทาง อยากจะไปซื้อของที่ตลาดมาทำอาหารต้อนรับด้วย
Vatiก็รู้นี่ว่ายัยนี่มันอยากทำอะไรเพื่อคนอื่นแล้ว
จะห้ามไม่ค่อยได้น่ะ?...นี่จริงๆ มันก็ไม่ให้บอกVatiด้วย...
เพราะบอกไปเดี๋ยวก็เงี้ย...กังวลจนเกินเหตุ..."
ไม้สเตอร์ทำหน้าเบื่อๆออกมาอย่างเห็นได้ชัด

"งั้นก็แล้วไป ถ้ากลับมาทันก่อนเที่ยงก็พอแล้ว เพราะเขาจะมาตอนบ่าย
บ้านของฑีณี่นี่ คนพี่ หรือคนน้อง?"
อัททิล่าถามเพื่อแก้ขัดที่ถูกหาว่ากังวลเกินเหตุ
"ฑีณูฟีฬีณ คนพี่สาวน่ะ ว่าแต่ ฑีณี่ พอเรียนจบ
เธอก็หมั้นกับลูกชายร้านยาคนนั้นแล้วนะ Vatiรู้ยัง?"
ไม้สเตอร์ถามด้วยความแปลกใจ
"อา...ใช่ ข้าเองก็ลืมบอกพวกเจ้าไปเลย"
อัททิล่า มองไปที่รูปภาพบนกำแพง แล้วพูดต่อไปว่า
 
 
 
 "นางเป็นหลานที่น่ารักมากเลยนะ ข้าเองก็ยินดีที่นางได้เป็นฝั่งเป็นฝา
เสียที เห็นนางเก่งไปหมดทุกอย่างเสียจน พวกพ่อพากันหลัวว่า นางจะ
ไม่สนใจชายใดเสียแล้ว...แล้วก็ที่จริง...
คนที่จะมาวันนี้ เขาเป็นคนที่จะมา...
...สู่ขอพี่สาวเจ้าเช่นกัน..."

 ทันทีที่ อัททิล่าพูดจบ ความเงียบก็เข้าครอบงำบ้านแฮร์เซ่นโฟรฮ์...
ไม้สเตอร์ที่เงียบไปพักนึงก็พูดว่า "หา?.......ไอ้ตาต่ำที่ไหน....
มันจะมาเอายัยดอกไม้สีส้มหนอนไช ใครๆก็อยากตื้บแล้วพากันหัวเราะเยาะ
เพราะมันทำดีจนน่าหมั่นไส้ จนน่าวาดรูปล้อเลียนแล้วเอาไปแปะประจาน
ให้คนเขาหัวเราะเยาะเย้ยกันทั้งเมืองเนี่ยนะ?"

ไม้สเตอร์พูดพร้อมหน้าตาเหยเกราวกับเห็นของน่ารังเกียจออกมา
 "ดูพูดเข้า! พี่สาวเจ้ามิใช่รึไง! พูดจาให้มันน้อยๆหน่อยนะ!"
อัททิล่ารู้สึกรับไม่ได้ในคำพูดของไม้สเตอร์
จนเผลอเอามือตบหัวสั่งสอนไปหนึ่งที

"ทำไมเจ้าจะต้องมองซี้กลี่ในทางลบตลอดนะ?
เด็กคนนี้เป็นพี่สาวฝาแฝดของเจ้า เรามีกันแค่สองคนพี่น้อง
 ทำไมถึงจะรักจะดูแลกันดีๆไม่ได้? เจ้าน่ะ
 อารมณ์จะดีกับนางก็ดี อารมณ์จะใจร้ายใส่ก็ทำร้ายจนนางน่าสงสาร

 ข้าไม่รู้จะพูดยังไงดีแล้ว... เฮ้อ...ทั้งๆที่ ตอนเล็กๆก็ยังรักกันดีแท้ๆ
เป็นเพราะพวกดาร์คเอลฟ์พวกนั้นรึไง นิสัยเจ้าถึงกลายมาเป็นแบบนี้?"

 ไม้สเตอร์มองท่านพ่อของตัวเองนิ่งๆอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตอบไปว่า
 "อย่าไปโทษพวกนั้นเลย มันก็แค่...ช่างมันเถอะน่า
ไม่อยากให้ล้อมันใช่มั้ยล่ะ? เดี๋ยวเลิกทำต่อหน้าVatiก็ได้ okมะครับ?"
  ไมสเตอร์บอก กับท่านพ่อของตัวเองแบบไม่ได้สำนึกผิดเท่าไร

 "เฮ้อ........ เจ้าน่ะ ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น ข้ารู้ดี แต่ว่า...
ช่วยทำดีกับนางหน่อยเถอะ เพราะว่าหลังจากวันนี้ไป
 ถ้านางตอบตกลง เราก็จะไม่ได้เจอนางบ่อยๆแบบนี้อีกแล้ว"
อัททิล่าพูดพลางกัดปากไป
ไม้สเตอร์ที่เข้าใจท่านพ่อของตัวเองดีก็รับรู้ได้ว่า

พ่อของเขากำลังพยายามกลั้นน้ำตาที่เริ่มจะเอ่อออกมาไว้
 "นี่...Vatiอย่าพูดแปลกๆแบบนั้นสิ ก็แค่เขามาสู่ขอนี่นา?
 แล้วถึงซี้กลี่จะยอมแต่งไป...ก็ยังไปหาได้นี่ จริงไหม?
สมัยนี้แล้ว จะขี่ไม้กวาดไป หรือจะไปนั่งรถไฟของพวกข้างนอกก็ได้นี่?"

อัททิล่าฝืนยิ้มแล้วตอบไปว่า
"ถ้าเป็นแบบนั้นก็คงจะดี แต่ที่ที่นางจะไป คือ นิวาสแห่งเอลฟ์
บรรดาเอลฟ์แห่งแสงสว่าง...คงจะออกมาไม่ได้บ่ายๆ เจ้าก็รู้?"

ไม้สเตอร์ทำหน้าตาเหยเกหนักกว่าทีแรก เขาขมวดคิ้วราวกับ
ไม่เชื่อที่ท่านพ่อพูดออกมา
"เอลฟ์ แห่ง แสง เนี่ยนะ? ไฮเอลฟ์น่ะเรอะVati!?
พวกนั้นต้อง...อยู่แต่ในโลกของตัวเองจนสมองผิดเพี้ยนแล้วแน่ๆ
อะไรมันมาบันดาลใจที่เลือกยัยซี้กลี่!? คนดีๆยังมีอีกเยอะแท้ๆ?"

แต่เขาก็หุบปากทันทีที่ เห็นว่าเผลอพูดดูถูกพี่สาวตัวเองไป
อัททิล่าถอนหายออกมา เขาไม่ได้ว่าอะไรอีกแล้ว
เพราะไม่รู้จะแก้นิสัยปากเสียของลูกตัวเองอย่างไรดี
"เจ้าไม่คิดจะดีใจกับนางเลยเหรอ?"
ไม้สเตอร์เงียบไปพักนึงแล้วถามต่อ ว่า

"ก็...เรื่องของมันสิ เขาไม่ได้มาขอผมเป็นเมียไม่ใช่เรอะ?
Vati แล้วนี่ใครเป็นคนเลือก Vatiเสนอไป หรือว่าทางนั้นเลือกมา?"
อัททิล่ามองหน้าไม้สเตอร์แล้วตอบพลางยิ้มให้

"ทางนั้น เป็นฝ่ายขอมาเอง ข้าเองยังประหลาดใจเลย
ปกติแล้ว พวกไฮเอลฟ์ไม่ค่อยจะพบเจอได้ง่ายเลยแท้ๆ
แต่นี่ กลับส่งจดหมายมาขอทาบทาม ช่างเป็นปาฏิหาริย์จริงๆ
เป็นไปได้ ข้าอยากให้นางตอบรับจริงๆ พวกเขาเป็นคนดี
เด็กอย่างซี้กลี่น่ะ ตามคนไม่ทัน ดูคนไม่ออกว่าใครดี ใครไม่ดี

ถ้านางจะต้องไปอยู่ในโลกที่ไม่รู้ว่่าจะต้องเจออะไรแบบนั้น
ข้าอยากให้นางอยู่กับพวกเอลฟ์...ข้าจักตายตาหลับมากกว่า..."

ไม้สเตอร์ฟังที่ท่านพ่อพูด ก้พยักหน้าแล้วยิ้มออกมา
"ก็ว่างั้นน่ะนะ ยัยซี้กลี่น่ะ ซื่อบื้อจะตาย...นิสัยยังกะหมา
 ใครเอาอาหารยื่นให้หน่อยก็รักก็มองว่าดีแล้ว...
 ไปวิ่งตามส่ายหางดิ๊กๆ แล้วสุดท้ายก็โดนเขากระทืบเอา หะๆๆ"
พูดจบก็ขำออกมาราวกับเห็นอะไรที่น่าตลกขบขันตรงหน้า

 "ไม้สเตอร์!!!" อัททิล่าตะคอกใส่ด้วยความโมโห
"เฮ้อ....เจ้านี่....ข้าล่ะเหนื่อยหน่ายจริงๆ...แต่ก็ถูกของเจ้า
ใจนึงข้าก็อยากให้นางตอบตกลง แต่อีกใจนึงข้าก็...
กลัวว่าไกลตาไป นางจะเป็นยังไง... ซี้กลี่ยิ่งขี้แยด้วย..."
อัททิล่าพูดเพราะห่วงอนาคตข้างหน้าของซี้กลี่

"Vatiน่ะ... อย่าเพิ่งคิดมากเลย ยังไง ก็อยู่ที่มันนี่นา
 ว่าจะเลือกตอบตกลงไหมน่ะ? อืม...แล้วก็นะ ท่านพ่อ...
ผมอยากจะบอกว่า ซี้กลี่น่ะนะ...ขี้คร้าน...
แต่งไปแล้ว ก็คงจะงอแงน่ารำคาญจนเค้าเอาคืนเองล่ะ หะๆๆๆ"
อัททิล่าที่ตอนแรก คิดว่าลูกชายกำลังพยายามปลอบใจ
เลยได้แต่มองลูกชายแบบเบื่อหน่าย ได้แต่ถอนหายใจออกมา

"ข้าล่ะ ไม่เข้าใจความคิดของเจ้าเลย...เฮ้อ..."
ว่าแต่ ท่านแม่เจ้าล่ะ? เช้ามานี่ ข้ายังไม่เจอนางเลย?"
อัททิล่าถามขึ้นทันทีที่นึกได้
"หือ? ไม่รู้สิ ปกติ Mutti*ไปไหนก็เคยบอกก่อนซะทีไหนล่ะ?"
ไม้สเตอร์ตอบแบบไม่ได้ใส่ใจที่ไม่รู้ว่าท่านแม่ตัวเองไปไหน
 (*Mutti /มุทตี้/คำเรียก แม่ ในภาษาเยอรมัน)

"นี่ก็อีกคน ชอบทำให้เป็นห่วงอยู่เรื่อยเลย...เฮ้อ..."

อัททิล่าเอ่ยขึ้น มองออกไปนอกหน้าต่าง
พลางคิดเป็นห่วงในใจ

 'ขอให้ไม่มีอะไรร้ายๆเกิดขึ้นกับพวกเธอทีเถอะ...'



+++++++++++++++++++++++++++


"แล้วตกลง ลูกทูนหัวทำไม้กวาดของแม่ทูนหัวพังสินะคะ?
ไปทำอย่างไรมา ถึงได้พังจนนำกลับมาไม่ได้กันคะ?"
เสียงของสาวคนนึงที่เรียกตัวเองว่า 'แม่ทูนหัว'
ทำให้ซี้กลินเด้อรู้สึกลำบากใจที่จะตอบ
 


"ขะ คือ ขอโทษค่ะ แต่หนู...เอ่อ...คือ...นี่ค่ะ...
หนูทำขนมที่ท่านพี่หญิงฑีณี่ชอบมาด้วยนะคะ"
ซี้กลินเด้อพูดพลางยกขวดโหลที่มีขนมอยู่ภายในมอบให้
ท่านพี่หญิงฑีณูฟีฬีณ
"เป็นของขวัญ สำหรับการหมั้นหมายของท่านพี่หญิงฑีณี่ด้วยค่ะ"
ซี้กลินเด้อบอกด้วยหน้าที่เริ่มแดงขึ้นมานิดๆเพราะรู้สึกเขินอาย

"เหรอคะ? ของขวัญงานหมั้นของแม่ทูนหัวสินะคะ? ขอบคุณนะคะ
 แต่เรื่องไม้กวาด ไม่ยกโทษให้ค่ะ นั่นน่ะ เป็นไม้กวาดที่หวงมากนะคะ
จงมาให้กอดเป็นการไถ่โทษเสียดีๆค่ะ กอดนาน 30 นาทีค่ะ"
พูดจบฑีณี่ก็โผกอดซี้กลินเด้อเข้าเต็มรักแล้วกอดแน่นมากจน
"ท่าน ท่านพี่หญิงคะ หะ หายใจไม่ออกแล้วค่ะ..."
ซี้กลินเด้อบอกกับเธอ หน้าของเธอแดงจัดด้วยความหายใจไม่ออก
 ผสมกับความรู้สึกเขินมากที่ถูกกอดจนแน่นแบบไม่ทันตั้งตัว

"เอ๊ะ? กอดแน่นไปเหรอคะ ขอโทษนะคะ ไม่โกรธแม่ทูนหัวนะคะ?"
ฑีณี่พูดแล้วแอบขำออกมานิดๆ พลางค่อยๆลดแรงกอดแน่นๆนั้นลง
"เรามาเลิกเล่นแม่ทูนหัวกันก่อนดีกว่า ...นี่ ซี้กลี่...
ถ้าฉันแต่งงานแล้วย้ายไปจากบ้านนี้แล้ว ซี้กลี่จะเหงาไหมคะ?"
เธอถามซี้กลินเด้อขึ้น สีหน้าเศร้านิดๆแม้จะยิ้มอยู่ก็ตาม
"ก็ต้อง คิดถึงมากแน่นอนค่ะ เพราะท่านพี่หญิงน่ะ
 เป็นคนที่คอยดูแลหนูมาตลอดนี่คะ "
ซี้กลินเด้อพูดพลางเอามือแตะที่แขนฑีณี่ปลอบใจ

"แต่ท่านพี่หญิงคะ ชายคนนั้น หนูมั่นใจว่า เขาจะไม่ทำให้
ท่านพี่ต้องรู้สึกเดียวดายแน่นอนค่ะ เขาเป็นคนที่ดี
ใครๆก็รักเขานะคะ ฉันเองยังอดดีใจไม่ได้เลย
ที่ในที่สุด เขาก็ยอมสารภาพรักกับท่านพี่หญิงน่ะค่ะ"
ซี้กลินเด้อพูดพลางยิ้มให้ฑีณี่จนแก้มปริราวกับเด็กเล็กๆ

"อ้ะ เหรอคะ? หะๆๆ ซี้กลี่นี่ยังทำตัวให้อดกอดไม่ได้เหมือนเดิมเลย
อา...แต่แบบนี้แล้ว ก้ไม่มีใครปกป้องซี้กลี่เวลาโดนผู้ชายมาเทียวไล้
เทียวขื่อแล้วสินะคะ แย่จังเลย...พอต้องคิดว่า สักวันซี้กลี่จะต้องตกไป
เป็นของชายใดแล้ว แม่ทูนหัวอดแอบเสียดายไม่ได้ค่ะ"
ฑีณี่พูดแกมหยอกล้อซี้กลินเด้อ จนทำให้เธอเขินอายจนน่าแดงก่ำ

"ท่านพี่หญิงคะ ไม่มีใครชอบหนูหรอก...หนูน่ะ ไม่มีอะไรสักอย่าง
พอพยามยามทำอะไรก็...มีแต่...ทำให้คนอื่นเดือดร้อนไปหมดเลย"
พอได้ยินดังนั้น ฑีณี่จึงกอดซี้กลินเด้อจนแน่น
แถมยังแน่นมากกว่าเดิมอีก!?

"อ๊า...เจ็บนะคะ ท่านพี่หญิง" ซี้กลินเด้อร้องขึ้นด้วยความตกใจ
"ลงโทษค่ะ! แม่ทูนหัวลงโทษที่ซี้กลี่ มองตัวเองในแง่ลบค่ะ นี่แน่ะๆ"
ฑีณี่พูดพลางกอดซี้กลี่จนแน่นหนักกว่าเดิมอีกครั้ง
"ขะ ขอโทษค่ะ!? ปละ ปล่อยเถอะนะ...ขะ คะ จะ เจ็บแล้วค่ะ!?"
ซี้กลินเด้อร้องเสียงหลงไปหมดแล้ว พอฑีณี่ได้ยินดังนั้น เธอก้คลายกอด

ซี้กลินเด้อออก แล้วโอบเธอเบาๆอีกครั้ง เธอยื่นหน้าไปใกล้ๆซี้กลินเด้อ
 
 
แล้วบอกกับเธอเบาๆว่า
"ซี้กลี่ ฉันจะบอกอะไรให้นะคะ ซี้กลินเด้อน่ะ ไม่ได้เลวร้ายไปซะหมด
หรอกนะคะ อย่าโทษตัวเองนักเลย ... แล้วก็อย่าคิดว่า จะไม่มีคนมาชอบ
ตัวเองสิคะ นะ เพราะขนาดคนที่ทำไม่ดีดูน่าตกใจหลายๆคน
เขาก็ยังมีคนมารักเลย ซี้กลินเด้อน่ะ เลิกมองตัวเองว่าไม่ดีได้แล้วนะคะ
ถ้าเราไม่รักตัวเองก่อน แล้วใครจะมารักเรานะคะ เข้าใจมั้ย?"

 ซี้กลี่หันไปมองตาของฑีณี่ที่ตอนนี้ ดูเป็นห่วงเธอมากราวกับแม่ที่เป็น
ห่วงลูกสาวแท้ๆของตัวเอง เธอจึงบอกกับฑีณี่ ว่า
"ค่ะ จะพยายามนะคะ...แต่ว่า ยังไง ก็คงไม่มี..."

"แน่ะ! แม่ทูนหัวบอกว่าไงคะ? หือ? งั้นเอางี้นะคะ
แม่ทูนหัวจะขอพรแบบทิ้งท้าย ขอแบบพิเศษให้เลยค่ะ พรข้อนี้
ถ้าขอแล้วจะติดตัวไปตลอดกาลค่ะ"
ฑี่ณี่พูดพลางกอดซี้กลินเด้อแน่นๆอีกครั้ง
"เอ๊ะ?! คะ???" ซี้กลินเด้อรู้สึกตกใจและประหลาดใจมาก

"ขอให้ซี้กลินเด้อ มีผู้ชายแก่กว่าแสนดีแบบอีกกี่พันปี
ก็จะรัก ร๊ากก รักตลอดไปค่ะ รักกันจนซี้กลี่ต้องร้องว่า พอแล้ว!

....เป็นไง ดูดีไหมคะ? " ฑีณี่ถามแกมหยอกซี้กลี่

"...ไม่รู้จะตอบยังไงเลยค่ะ..."
 ซี้กลินเด้อเม้มปากด้วยความเขินอายกับพรที่ฑีณี่ให้มา

"ว่าแต่...พูดเหมือนท่านแม่โลเอเลียเลยนะคะ ตรง...แก่กว่า เนี่ย..."
ซี้กลินเด้อบอก

"แหงสิคะ ก็ซี้กลี่น่ะ คิดอะไรใสๆเหมือนเด็ก
ต้องแต่งงานกับคนแก่กว่าเท่านั้นค่ะ ดีออกนะคะ
เหมาะสมแล้วค่ะ จะได้ปกป้องดูแลได้ไงคะ"
ฑี่ณี่พูดแล้วแอบขำออกมานิดๆ

"เอาล่ะ กอดจนพอแล้วค่ะ จริงสิ ฉันต้องไปบ้านฝ่ายชายตอนเก้าโมง

เช้า...งั้น เดี๋ยวขอตัวก่อนนะคะ ซี้กลี่จะให้เอลฟ์บ้านไปส่งไหมคะ?"
ฑีณี่ถาม
"ไม่เป็นไรค่ะ วันนี้ จะแวะซื้อของรับแขกท่านพ่อน่ะค่ะ
เดินไปเรื่อยๆคนเดียวก็เพลินดีน่ะค่ะ ไม่นานก็ถึงแล้วค่ะ
งั้น ฉันขอตัวก่อนนะคะ แล้วก็ ท่านพี่หญิงคะ ไว้จะมาหาบ่อยๆ
จนกว่า จะถึงวันแต่งงานของท่านพี่หญิงนะคะ"
ซี้กลินเด้อตอบ

"ได้แน่นอนค่ะ มาบ่อยๆให้ได้นะคะ ไว้เจอกันใหม่ค่ะ
เดินดีๆนะคะ ซี้กลี่ยิ่ง ชอบเดินมองข้างทางจะหกล้มด้วย"
ฑี่ณี่ยิ้มแล้วกอดเธอส่งที่หน้าประตูบ้าน

ซี้กลี่เม้มปากแอบรู้สึกอายที่โดนฑีณี่แซว
แล้วโบกมือลาเธอพร้อมกับรอยยิ้ม


++++++++++++++++++++++++++++


ซี้กลินเด้อเดินไปตามทางเรื่อยๆ...
จนถึงตลาดของพ่อมดแม่มดเล็กๆระหว่างทางกลับบ้านของเธอ
ซี้กลี่พยายามนึกเมนูที่จะทำต้อนรับแขกที่เธอยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า
มาด้วยธุระอะไร และเป็นใคร เนื่องจากน้องชายของเธอ
บอกแค่ว่า

'เฮ้ย! ซี้กลี่ มีคนมาหาแกตอนบ่ายนะเว้ยครับ'

"...ถ้าทำอาหารพื้นบ้านนี่เขาจะทานได้ไหมนะ?" เธอคิดในใจ
แล้วเดินซื้อของทีละอย่าง อย่างตั้งอกตั้งใจแต่ตอนนั้นเอง
เธอก็ได้ยินเสียงของใครบางคนที่คุ้นหูแว่วมาตามลม เธอได้ยินไม่ชัดนัก

แต่ก็รู้สึกสงสัยจนหันไปมอง และแล้ว เธอก็พบว่า
 
เจ้าของเสียงนั้นคือ
'เอลฟรีเดอร์' เอลฟ์แห่งแสงที่เคยช่วยชีวิตเธอไว้ในตอนนั้น
 

แถมยังยืนอยู่ด้านหลัง ห่างจากเธอไม่เท่าไรด้วย!?
 ใจนึงเธอก็รู้สึกดีใจ ที่ได้พบเขาอีกครั้งเพราะเธอไม่คาดคิดว่าจะได้พบ
  
เขาอีกแล้ว แต่ทว่าอีกใจนึง กลับรู้สึกว่า 'ไม่ใช่ตอนนี้นะ!'

 
 
"อ้ะ ถามแม่หนูคนนั้นสิ ชุดสีโอลด์โรสน่ะ เธอรู้ทางนั้นดีนะ"
แม่ค้าคนนึง บอกกับเอลฟรีเดอร์ พลางชี้มาที่เธอ
'ไม่นะ ทำไมจู่ๆก็เจอกันแบบนี้ล่ะ ทะ ทำไงดี!?'
ไม่รู้ว่าทำไม แต่ซี้กลินเด้อกลับรู้สึกอายมากๆขึ้นมา แถมยังไม่อยากให้

เขามาเจอเธอในตอนนี้ด้วย จะหลบก็ไม่ทันแล้ว
แถมไม่มีที่ให้หลบด้วยสิ  
 
 
"ท่านหญิง...ขอโทษด้วยที่รบกวน แต่ทางที่จะไปที่นี่
 ไปทางไหนจึงจะไวที่สุดครับ"
เอลฟรีเดอร์ถามพลางยื่นแผนที่ให้และมองซี้กลินเด้อด้วยความสงสัย

เมื่อไม่รู้จะทำยังไง
ซี้กลินเด้อจึงยกถุงกับข้าวที่ซื้อขึ้นมาบังหน้าของ
เธอด้วยความตกใจ

"ขา ? ค่ะ...ถะ ทางไหนค้ะ?!?!?"
ซี้กลินเด้อถามด้วยเสียงสั่นเพราะตกใจสุขขีด
"ในแผนที่นี้ครับ ....เอ่อ...ถ้ายังไง ข้าช่วยถือถุงให้ไหม?
ท่านจะได้ มองได้ถนัด..." เอลฟรีเดอร์ถามเธอ
"ไม่ได้นะคะ อ๊ะ!? ไม่ใช่ค่ะ ไม่เป็นไรค่ะ"
 ซี้กลินเด้อพยายามดึงหมวกคลุมผมลงมาปิดหน้าให้ได้มากที่สุด
เท่าที่จะดึงได้ แล้วมองไปที่แผนที่ในมือของเอลฟรีเดอร์ที่ยื่นมาหาเธอ
 

"อ้ะ ทางนี้ฉันผ่านบ่อยๆค่ะ ไปทางตะวันตกจะไวที่สุดค่ะ แอ๊ะ!"
เธอบอกเขาด้วยเสียงสั่นเครือ มือที่ชี้ไปที่แผนที่ก็สั่น
แถมยังกัดลิ้นตัวเองด้วย ซี้กลินเด้อที่อายจนประหม่าไปหมด
เริ่มคิดว่า ถ้าสามารถหายตัวไปได้ในตอนนี้ ก็คงจะดี!


"...ขอบคุณนะครับ แล้วก็ ขอโทษด้วยที่ทำให้ตกใจ...กลัว?"
เอลฟรีเดอร์บอก "งั้น ไม่รบกวนท่านแล้ว ขอตัวก่อนนะครับ"

"ขะ ค่ะ...." ซี้กลินเด้อตอบเขาไป....
เธอได้ยินเสียงก้าวเท้าของเขาที่กำลังจะเดินออกไป
 ในตอนนั้นเอง จู่ๆ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร
"เดี๋ยวก่อนค่ะ คือ คือว่า..."
เธอเรียกให้เขาหยุดออกไปเสียแล้ว

เอลฟรีเดอร์หันมามองด้วยความประหลาดใจ
เขาจ้องมาที่เธอด้วยความสงสัย  "ครับ?"
 


พอเห็นดังนั้น เธอก็รีบหลบสายตาเขา
"มะ ไม่มีอะไรค่ะ ขะ ขอโทษค่ะ ทางนั้น
มีลำธารเล็กๆด้วย ต้นไม้ดอกไม้รอบๆสวยดีค่ะ
...ขะ แค่นี้ล่ะค่ะ" ซี้กลินเด้อไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี
เลยบอกเขาไปแบบนั้น พอมาคิดดีๆ
มันน่าอายจริงๆที่พูดเรื่องไม่เป็นเรื่องออกไป

"....งั้นเหรอครับ?"
เอลฟรีเดอร์มองเธอที่เริ่มจะสั่นไปหมดทั้งตัวแล้ว
"ค่ะ...." ซี้กลินเด้อตอบ พลางก้มหน้าและหลับตาปี๋

เขามองเธออย่างนิ่งๆอยู่พักหนึ่ง แล้วเอ่ย ขึ้นว่า
"ไว้ข้าจะลองแวะดู ขอบคุณท่านหญิงมาก ขอตัวนะครับ"

น้ำเสียงนิ่งๆของเขา ทำให้เธอรู้สึกว่า
 'ดีจังที่เขาไม่โมโหที่เราพูดเรื่องไม่เป้นเรื่องออกไป...'

แต่ซี้กลินเด้อก็ไม่กล้าเงยหน้าขึ้น
จนกระทั่ง เสียงฝีเท้าของเขาค่อยเลือนหายไป...
 


"ทำไม ฉันถึงเรียกเขาไว้นะ..." ซี้กลี่ถามตัวเองในใจเบาๆ
เธอยืนคิดนิ่งๆอยู่พักหนึ่ง....

"น่าละอายใจจัง ฉันแอบคาดหวังอะไรกัน?
อยากให้เขาจำเราได้งั้นเหรอ? เพื่ออะไรล่ะ?"
ซี้กลินเด้อคิดพลางลดถุงกับข้าวของเธอลง...
ตอนนั้นเองที่ มีเสียงดังคล้ายเหล็กชิ้นเล็กๆกระแทก
กับของบางอย่างในถุงของเธอ
 "เอ๊ะ? " เธอใช้มือล้วงลงไปในถุงเพื่อควานหา
 และในที่สุดเธอก็พบว่า มันเป็น 'ห่วงทองคำอันเล็กๆ'
ที่อยู่บนผมของเอลฟรีเดอร์!?

"แย่แล้ว!? ทะ ทำจากทองด้วย ตะ ต้องเอาไปคืน!"

ตอนที่เธอพยายามเดินตามหาเขา เธอก็ฉุกคิดได้ว่า
 ถ้าไปทั้งๆที่เป็นผู้หญิงแบบนี้ มันจะทำให้เขาเสียหายไหมนะ?
ทางที่เขาไปไม่ค่อยมีคนผ่านด้วยสิ แบบนั้น
เขาจะต้องมองในแง่ลบเพราะฉันแน่ๆเลย ที่เมืองนี้
 ชายหญิงอยู่กันสองต่อสอง เป็นสิ่งที่น่าละอายเสียด้วย

หลังจากคิดอยู่สักพัก....

 ซี้กลินเด้อก็นึกได้ว่า ยังพอมียาของไม้สเตอร์ที่
ช่วยในการปลอมตัวเป็นผู้ชายเหลืออยู่บ้างในกระเป๋าของเธอ

'ค่อยยังชั่ว แบบนี้ไม่เป็นไรแน่ๆ ผู้ชายด้วยกัน...'

เธอจึงฝากของไว้ที่ร้านที่เธอรู้จักคุ้นเคยกับเจ้าของดี
 แล้วใช้ยานั้นพร้อมกับเสกเสื้อผ้าให้เป็นชุดของผู้ชาย
แล้ววิ่งตามเอลฟรีเดอร์ไปอย่างเร็วเท่าที่ขาของเธอจะวิ่งไปได้

'ดีนะ ที่รู้ทางที่เขาจะไป'
ซี้กลินเด้อเผลอยิ้มออกมาขณะที่วิ่งไปตามทาง

เธอวิ่งไปตามทางที่บอกเขาเรื่อยๆ
จนในที่สุดก็มาถึงบ่อน้ำที่เธอบอกเขาไป...
มันเป็นบ่อน้ำที่มีบรรยากาศรอบๆ สวยมาก
จนเธอต้องหยุดมองทุกทีที่เดินผ่าน แถมบางที
ก็ยังแวะลงไปเก็บต้นไม้มาทำยา หรือไม่ก็เล่นกับสัตว์แถวๆนั้น

แต่นี่ ไม่ใช่เวลาจะมาแวะ หรือ หยุดมองนี่นา!?
ซี้กลินเด้อบอกกับตัวเองให้วิ่งต่อไป แต่ตอนนั้นเอง
 ซี้กลินเด้อก็มองเห็นเอลฟรีเดอร์จากหลังพุ่มไม้
'อ้ะ เจอแล้ว แวะตามที่บอกจริงๆด้วยเหรอเนี่ย?'

เธอค่อยๆเดินเข้าไปหาเขา ในมือก็กำห่วงรัดผมไว้แน่น
เพราะกลัวจะหล่นหาย เอลฟรีเดอร์ยืนอยู่ริมธาร
ผมของเขาไม่มีห่วงที่ทำจากทองใส่อยู่เลยแม้แต่ห่วงเดียว
และตอนนั้นเอง เขาก็ค่อยก้มตัวลงใช้มือวักน้ำขึ้นมาล้างหน้าแล้ว
สักพัก...

'เอ๊ะ!? จะ จะ อาบน้ำเหรอ!?'
ซี้กลินเด้อตกใจที่เห็นเอลฟรีเดอร์ค่อยๆปลดกระดุมเสื้ออก!?

'ทำยังไงดี!? แย่แล้ว หละ หลบแถวนี้ก่อน!
 ไม่สิ ไม่ได้นะ! แบบนั้นเหมือนแอบดูเลย!?
 ออกไปไกลๆก่อนดีกว่า!?' ซี้กลินเด้อตกใจจัดๆ
หน้าแดงไปหมด เธอค่อยๆเดินถอยหลังออกมา
แล้วพยายามกลับหลังหันเพื่อก้าวออกไป
แต่ทว่าเธอก็สะดุดก้อนหินก้อนหนึ่งเข้า
แล้วล้มลงเสียงดังโครม ทันที!?

'แย่แล้ว!?' ซี้กลินเด้อล้มลงอย่างแรง
เจ็บจนน้ำตาไหล แต่ก็ยังแอบดีใจ
ที่ห่วงรัดผมของเอลฟรีเดอร์ในมือไม่ได้หล่นหายไปไหน

แต่ความดีใจของเธอก็ต้องหยุดลงทันทีที่
เธอได้ยินเสียงฝีเท้าของเอลฟรีเดอร์สาวเท้าใกล้เขามา
ซี้กลินเด้อพยายามจะลุกขึ้นแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว
"เจ้าต้องการอะไร!?" เอลฟรีเดอร์พูดด้วยเสียงดุดันขณะที่มือของเขา

กระชากคอเสื้อเธอจากด้านหลังอย่างแรง
จนหายใจไม่ออก ซี้กลินเด้อตกใจมากจนเผลอปล่อยมือ
ข้างที่กำห่วงรัดผมของเขาเอาไว้ มันตกลงบนพื้นและตอนนั้นเอง
 เอลฟรีเดอร์ก็พูดขึ้นว่า 

"อ้อ...พวก'ผู้มาทีหลัง'อย่างพวกเจ้าชอบสิ่งที่เรียกว่า
ทอง มากนี่นะ...คงอยากได้นักสิ....
 จิตใจที่ไม่ดีมาจากไฟแห่งกิเลส"
 
ทันทีที่เอลฟรีเดอร์พูดจบ
 เขาก็เหวี่ยงซี้กลินเด้อลงไปในลำธารทันที
 โชคดีที่ลำธารไม่ได้ลึกมากนัก แต่ก็ทำให้
คนที่ถูกเหวี่ยงลงอย่างไม่ตั้งใจสำลักน้ำได้

"แค่ก แค่ก ฮ้า! เดี่ยว กะ..."
ซี้กลินเด้อพยายามบอกกับเอลฟรีเดอร์ให้ฟังเธอก่อน
เธอพยายามลุกขึ้นมาแต่ก็ถูกเขาผลักล้มลงไปในลำธารอย่างแรง
แถมยังถูกจับกดมือไว้จนแน่นจนรู้สึกชาไปหมด
หน้าของเอลฟรีเดอร์จ่อใกล้กับหน้าของซี้กลินเด้อ
จนเธอรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นของเขาที่สัมผัสกับใบหน้าของเธอ
 


 ถึงจะเป็นใบหน้าที่เธอรู้จักดี แต่ตอนนี้เธอกลับรู้สึกใจเต้นแรงไปหมด
จนทำอะไรไม่ถูกเสียแลว แม้แต่เสียงที่จะพูดก็กลับจุกอยู่ในลำคอจน
ไม่อาจเอื้อนเอ่ยอะไรออกมาได้
ตอนที่ไม่รู้จะทำยังไงดี เอลฟรีเดอร์ก็พูดขึ้นว่า

 "อ้าว? เจ้า เด็กปานแดงนี่นา..."

"เอ๊ะ?" ซี้กลินเด้อหายตกใจแต่กลับตกใจ
ที่ถูกเรียกว่า "เด็กปานแดง" มากกว่าเสียแล้ว!?

"เดี๋ยวนี้ เป็นหัวขโมยของนักเดินทางแล้วรึ?"
เอลฟรีเดอร์ถาม
"มะ ไม่ใช่นะ ข้าจะเอามาคืนต่างหาก ท่านน่ะ
 ทำตกไว้ค่ะ ขะ ครับ! แล้วก็ ปล่อยข้าได้แล้ว มันเจ็บนะครับ!"
ซี้กลินเด้อบอกเอลฟรีเดอร์ด้วยความไม่พอใจนิดๆ
ที่ตนเอาของมาคืนให้แต่กลับถูกหาว่ามาขโมยของเสียนี่

"งั้นหรอกรึ? ข้าขอโทษเจ้าด้วยแล้วกัน"
 เอลฟรีเดอร์พูดพร้อมปล่อยมือของซี้กลินเด้อออก
 แล้วยื่นมือไปหาเธอ
 "ลุกไหวไหม? หรือ จะต้องให้ข้าอุ้มขึ้นมา?"

"มะ ไม่ต้องครับ ผมลุกเองได้"
ซี้กลินเด้อรีบตอบแล้วลุกขึ้นมาทันที

"ขอโทษด้วยนะ ไม่คิดว่าจะเป็นเจ้า
 เจ้าบาดเจ็บตรงไหนไหม? ข้าพอจะมียาพกติดตัวมาบ้าง"
 เอลฟรีเดอร์เอามือล้วงเข้าไปในเสื้อ แต่แล้วก็หยุดนิ่งไป...
 "อา.... ลืมไปว่า ข้าถอดเสื้อคลุมไปวางไว้ตรงโขดหินนั่น"
เอลฟรีเดอร์บอกซี้กลินเด้อพลางเอามือที่จะหยิบยา
แต่ก็ต้องหยุดไปเพราะนึกได้ว่า ไม่อยู่ที่ตัวแตะที่อกของเขา ...

ซี้กลินเด้อเผลอมองตามไปที่มือแล้วก็เริ่มรู้สึกละอายว่า
เธอไม่ควรมองหน้าอกเปลือยเปล่าของผู้ชาย
แม้จะแค่เล็กน้อยก็ตามที...
เธอรู้สึกละอายมากจนซ่อนหน้าแดงนั้นไว้ไม่ได้
จึงพยายามก้มหน้าหลบเอลฟรีเดอร์ หวังว่าเขาจะไม่ทันสังเกต

"เจ้าไม่สบายรึเปล่า? ขอโทษนะ จับลงน้ำเสียได้
ถ้ายังไง เอาเสื้อผ้ามาผิงไฟก่อนดีกว่าไหม?"
เอลฟรีเดอร์ถามด้วยน้ำเสียงดุดันแกมเป็นห่วง

"มะ ไม่เป็นไร ข้าสบายดี เอ่อ บะ บ้านข้าอยู่แถวๆนี้
 ไม่ต้องหรอกครับ คือ เดี๋ยวก็กลับแล้ว เอ่อ
 ขะ ข้าคืนของแล้ว ถึงมันจะ เอ่อ หล่นไปไหนแล้วไม่รู้...
.......ขอโทษจริงๆ
แต่ เอ่อ เรื่องคราวก่อน ขอบคุณนะครับที่ช่วยผมไว้!
งั้น ขะ ขอตัวก่อนนะครับ"

ซี้กลินเด้อตอบปฏิเสธไป เธอโค้งขอโทษเขาแล้ว
หันหลังจะกลับทันทีเพราะ ถูกเรียกว่า "เด็กปานแดง"
 มันทำให้ภาพที่เธอถูกเขาเห็นตอนกำลังถอดเสื้อ
(แม้จะอยู่ในร่างผู้ชาย)ค่อยๆผุดขึ้นมา จนเธอรู้สึกว่ามันละอายมาก
จนทนไม่ได้ แต่ว่า ตอนนั้นเอง ที่เอลฟรีเดอร์ดึงแขนเธอไว้

 แล้วบอกว่า "บ้านเจ้าอยุ่แถวนี้รึ งั้น...
เจ้าพอจะมีเวลาไหม? พอดี...ข้าถักเปียเองไม่ค่อยถนัด"
เอลฟรีเดอร์บอกเธอ "เจ้าทำผมเปียเป็นไหม? เด็กปานแดง"

ซี้กลินเด้อรู้สึกแปลกใจ เธอมองเขานิ่งๆไปสักพัก
เพราะรู้สึกงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ก่อนจะตอบไปว่า
"ดะ ได้สิครับ เอ่อ ละ แล้วเลิก...
เลิกเรียกผมว่า "เด็กปานแดง" ด้วยครับ มัน....
มันน่าอาย ...ออก...จะตายไป..."
ซี้กลินเด้อพูดพลางหลบตาเอลฟรีเดอร์

"อา นั่นสิ ข้าขอโทษด้วย พอดี ตอนนั้น
 ข้าไม่คิดจะถามชื่อของเจ้าเพราะคิดว่า
จะไม่ได้เจอกันอีก...จำได้ก้แค่ปานของเจ้า...
งั้น บอกชื่อมาสิ ข้าจะได้เรียกเจ้าให้ถูกต้องเสียที"
เอลฟรีเดอร์บอก
"ซี้กลิ.....เอ่อ ซี้เกอร์ Sieger ที่แปลว่า ผู้มีชัย ครับ"
ซี้กลินเด้อไม่กล้าพูดชื่อจริงของเธอออกมาให้เขารู้
ทั้งๆที่ในใจ เคยแอบหวังว่า ถ้าได้เจอกันอีกครั้ง
ก็อยากจะบอกว่า จริงๆเธอเป็นผู้หญิงอยู่เหมือนกัน
แต่เพราะกลัวว่าจะทำให้เขาไม่พอใจ เธอเลยไม่กล้าพูดออกมา

" Turin งั้นรึ? เป็นชื่อที่ดีนะ ดูเข้มแข็งดี...
แต่เจ้านี่ ไม่ค่อยเข้าเท่าไร " เอลฟรีเดอร์ถามขึ้น...

"เอ๊ะ? "ซี้เกอร์" ครับ ไม่ใช่ "ทูริน"? "
ซี้กลินเด้อบอกเขาเพราะคิดว่า เอลฟรีเดอร์อาจจะฟังผิดไป

"ไม่หรอก ข้าพูดถูกแล้ว ภาษาซินดารินของเอลฟ์เรา...
 Turin ทูริน มาจากคำว่า tur แปลว่า ชัยชนะ
*บุตรแห่งดวงตะวัน....ถ้าเจ้าเป็น หนึ่งในพวกเรา
เจ้าก็จะชื่อแบบนี้..." เอลฟรีเดอร์บอกกับเธอ
(*บุตรแห่งดวงตะวัน=คำที่เอลฟ์ใช้เรียกมนุษย์)
 
"อ้ะ แบบนั้นนี่เอง ทูริน สินะครับ...ที่โลกข้างนอก
ก็มีตำนานที่บันทึกชื่อของคนนี้อยู่เหมือนกัน"
เธอบอกกับเขา "แต่ว่า ตอนจบน่าสงสารมากครับ"
ซี้กลินเด้อพูดพลางเผลอทำทำหน้าเศร้าออกมาจนเห็นได้ชัด
 
"เจ้าไม่ชอบตอนจบที่เศร้าๆอย่างนั้นรึ?
แต่โลกจริงๆ ก็ใช่ว่าจะสวยงามทั้งหมดนี่
  เจ้าต้องหัดมองให้กว้างไว้ จะมองแต่เรื่องดีๆไม่ได้หรอกนะ
 ทุกอย่างมีทั้งด้านสว่างและเงามืด....ข้าเองก็...
อา... ช่างมันเถอะ...
 ยังไงก็ช่วยถักเปียให้ข้าที เจ้านั่งตรงนี้แล้วกัน"

เอลฟรีเดอร์พูดตัดบทซี้กลินเด้อแล้วนั่งลงข้างล่างโขดหิน
 ด้วยความที่ตัวเขาสูงกว่า
จึงให้ซี้กลินเด้อนั่งข้างบนเพื่อจะได้ถักเปียให้เขาได้ถนัด

ซี้กลินเด้อรู้สึกสงสัยขึ้นมา แต่ก็ไม่กล้าถามต่อ
เพราะกลัวจะเป็นการก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวมากไป

"ทำไม ท่านถึงให้ข้าถักเปียง่ายๆแบบนี้ล่ะ?
 ท่านไม่กลัวข้าเป็นคนไม่ดีที่ จริงๆเป็นขโมยจอมโกหกเหรอ?"
ซี้กลินเด้อถามแบบกล้าๆกลัวๆ...
 
 
"ไม่นี่... เจ้าน่ะ ข้าดูออก ว่า ไม่ใช่คนแบบนั้น
แล้วถึงเจ้าจะทำแบบนั้น มันก็ต้องมีเหตุผลที่บีบบังคับ
ให้เจ้าทำทั้งๆที่ไม่ได้ต้องการจริงๆ...หรือว่า ข้าพูดผิด?"
เอลฟรีเดอร์ถามเธอ พลางขมวดคิ้วสงสัย

"ขะ.......ขอบคุณนะครับ  ที่มองข้าแบบนั้น"
ซี้กลินเด้อเม้มปากและแอบดีใจมากอยู่ลึกๆในใจ
แต่ก็พยายามเก็บเอาไว้

"จริงสิ งั้นผมจะเสกให้เสื้อผ้าแห้งดีกว่า เมื่อครู่
 ผมก็มัวแต่ตกใจจนลืมไปว่า เอาไม้คทามาด้วย"
ซี้กลินเด้อบอกกับเอลฟรีเดอร์
แล้วชูไม่คทาที่เก็บไว้ในแขนเสื้อขึ้นมา

"อา...ลืมไปเลยว่า เจ้าเป็นพ่อมดนี่นะ งั้นก็
 แล้วแต่เจ้าเลย แต่หวังว่า คงจะไม่เสกผิดคาถาหรอกนะ?"
เอลฟรีเดอร์ถามพลางขมวดคิ้วสงสัย จนซี้กลินเด้อรีบแก้ตัว
"ไม่ครับ ผมทำพลาดครั้งสุดท้าย คือ ตอน 10 ขวบเท่านั้นครับ
นอกนั้น ผมไม่เคยทำพลาด...อะไร เท่าไร...เลยนะ"
เธอพูดเสียงหรี่ลงๆ เมื่อเผลอนึกได้ว่า
บางทีเธอก็ออกเสียงผิดจนเสกคาถาพลาดไปอยู่บ้าง...

"ไม่เป็นไรหรอก ข้าก็แค่หยอกเจ้าเล่น
 และถึงจะเสกผิด พวกข้าไม่ได้ตายง่ายแบบพวกเจ้าหรอกนะ"
เอลฟรีเดอร์ยื่นมือไปขยี้หัวซี้กลินเด้อแรงๆ
จนเธอรู้สึกเจ็บ และในตอนนั้นเองที่ เธอ เห็น

"รอยยิ้มของเขา เป็นครั้งแรก"

ซี้กลินเด้อรู้สึกแปลกใจมากที่เห็นเขายิ้มออกมา
เธอรู้สึกว่า เขาเป็นคนใจดีจริงๆด้วย
 
...แล้วความรู้สึกแปลกๆความรู้สึกหนึ่ง ก็

เริ่มผุดขึ้นมาในใจ มันเป็นความรู้สึก
ที่เธอไม่แน่ว่ามัน คือ ความรู้สึกแบบ

ไหน เธอ ไม่รู้ว่า มัน คือ อะไร
 
แต่ ก็ทำให้เธอแอบคิดในใจ ว่า
 
"ถ้าได้อยู่ด้วยกันตลอดไป ก็คงจะดี..."
 
ขึ้นมาลึกๆภายในใจของเธอ
 
"เอาล่ะ เจ้าถักเป็นสินะ
ก็ขอเปียร้อยไปด้านหลังเปียเดียวพอแล้วล่ะ"
 เอลฟรีเดอร์บอกกับเธอ เขานั่งลงแล้วจ้องมอง
รอให้เธอเดินมาทำผมให้ ซี้กลินเด้อเดินเข้าไปหาเขา
แล้วนั่งลงบนโขดหิน ค่อยๆสางผมของเขาขึ้นมา
แล้วถักเปียอย่างตตั้งใจ ทั้งๆที่มันก็ไม่ได้ยากอะไรแท้ๆ
แต่มือกลับสั่นและเสียงหัวใจเต้นก็ดังไปหมดจนเธอแอบกลัวว่า
 เอลฟรีเดอร์จะได้ยินเข้า ยิ่งนั่งเงียบๆ
ก็ยิ่งได้ยินเสียงเข้าไปใหญ่ เธอจึงพยายามหาเรื่องคุย

"คือ ว่า ปกติ บรรดาเอลฟ์จะไม่ข้าม
ข่ายเวทแห่งเทวีออกมาจากป่าไม่ใช่เหรอครับ?
แสดงว่า ท่านมีธุระสำคัญสินะครับ?...
อ้ะ ขอโทษที่ถามอะไรเสียมารยาทครับ"
 ซี้กลินเด้อรีบขอโทษทันทีที่นึกได้
ว่าเธอควรจะถามเรื่องอื่นมากกว่า
 เช่น สามภูตจิ๋วเป็นอย่างไรบ้าง แท้ๆ
 

 

 
"ไม่เป็นไรหรอก...ข้าก็...
 มีธุระสำคัญจริงอย่างที่เจ้าว่านั่นล่ะ"
 
 
 
เอลฟรีเดอร์ตอบเธอด้วยเสียงเรียบๆ...
 
 
 
 
 
"ข้ากำลังจะแต่งงานกับมนุษย์อย่างเจ้าน่ะ...."
 
 
 
 
 
 
 
 
+++++++++++++++++++++++++++++++
 
 
 
 
มุม เมริ แอบบอกซิ!  (」*・ω・)」+
 


#01  +คำว่า Sieger กับ Turin +

Sieger  http://en.wiktionary.org/wiki/Sieger

(German) Sieger m (genitive Siegers, plural Sieger)

  1. winner, victor /  ผู้ชนะ ผู้มีชัย
 
หลายๆคน รู้ที่มาชื่อผู้ชายของซี้กลินเด้อแล้วนะคะ
 
ส่วน

ส่วน ภาษาSindarin เป็น ภาษาเอลฟ์ที่ถูกสร้างขึ้น

สำหรับนิยายthe Lord of the Ringsค่ะ


และ ฉันก็รู้สึกว่า ไหนๆก็พูดถึงเอลฟ์ เลยอยากจะ
แนะนำเล่มนี้มากๆ
 

 
 

Turin ก็นี่ค่ะ
 

 
 
เป็นคนที่มีชีวิตรันทด พอๆกับซี้กลินเด้อ ในอีกตำนานเลยค่ะ
 
อ้ะ ถ่ายรูปคำศัพท์อ้งอิงมาเลยยย Surprised
 

 
 
 
อยากบอกว่า
คนที่ชอบthe lord of the rings
ซื้อมาสะสมเลยค่ะ เอลฟ์โมเอะมากกก
 
"แล้วคุณ จะ หลงรักเอลฟ์+" Money mouth
 
 
 
#02  + ฑีณูฟีฬีณ/Tinuielyn von Herzenfroh
ได้ออกมาในฐานะ พี่สาวของฑีนี่/Tinuvielค่ะ
 
จริงๆตั้งใจว่า จะให้เป็นพี่น้องกัน แต่ก็เปลี่ยนใจ
แต่สุดท้าย ก็ต้องเปลี่ยนมาแบบที่คิดไว้แต่แรกค่ะ
แหะๆ /โดนชกกกก! Undecided
 
แต่ว่า ก็กำลังจะเป็นฝั่งเป็นฝาเสียแล้ว
โผล่มาเพื่อโชว์ ความเป็น พี่สาว/ลูกพี่ลูกน้อง
ที่ชอบคิดว่า ตัวเองเป็น แม่ทูนหัว ค่ะ แหะๆ ...แอบGLไหมนะ?

 
#03  +ป๋าไม่ได้อู้กำเมือง/พูดเหนือ
และMeisterไม่ได้แหลงใต้เสียแล้ว
เพราะถามไม่ทัน OTZ คิดซะว่า นี่คือ
dubที่พากย์กลางทับไปแล้ว /โดนชก
ขอโทษค่ะ ไว้ทำใหม่แล้วจะแก้อีกทีนะคะ Tongue out
 
 
ขอลอกของเก่ามาเขียน ว่า
 
 
ตอนนี้ ทำไมมันดูเป็น...
หนังกุ๊กกิ๊กที่ไม่มีฉากเรทอะไรเลย
รุนแรงฉากเดียวตรงที่ซี้กลี่โดนเอลฟรีเดอร์จับกดในน้ำ+
แต่ก็...ดูเป็น...
 BL-boy's love ที่แอบแฝงมาในคราบNL-normal love
 
 
ตามstyle Anna อยู่ดี!?!?!? Undecided
 
/โดนแอนนาชกกก!


++++++++++++++++
 
 
 
***ตัวอย่างตอนต่อไป***
 
 
 
เหตุการณ์ต่อจากนี้ มันจะเป็นยังไง?
ติดตามกันนะคะ แหะๆ



 ดีใจที่ ตอนนี้
ได้วาดซี้กลี่ในชุดสาวๆ
ยุด Regency eraค่ะ
 

 
ヽ(*>◡<* )ノ☆

+ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านมาตลอดนะคะ!
 
 
 
 
 
***************************