[fict] Sieglinde's story ep.15:Ehrlich Gesagt

posted on 21 Jul 2016 00:38 by kinderliebenfroh in I-Children, ME-mini-series, My-Artpaper directory Fiction, Diary, Idea

 

 

ก่อนอื่น ต้องขอโทษเป็นอย่างยิ่งจริงๆค่ะ ที่ห่างหายไปนาน
แต่ด้วยกำลังใจและปรับชีวิตตัวเองให้ชินกับปัญหาและการเปลี่ยนแปลงได้แล้ว
จากนี้ไป ก็จะเขียนจนจบให้เร็วที่สุดค่ะ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามมาตลอดจริงๆนะคะembarassed
 
 
*อาจจะมีพิมพ์ผิดมากมาย ขออภัยนะคะ ยาวมาก ตาลายจริงๆ OTZ

 
 
ฉันจะพยายามเขียนไปพร้อมๆกับการกดดดันอันหนักหน่วง(?) จาก แอนนาค่ะ
/โดนแอนนาตบตีๆๆๆๆๆ
 
I hope you like it!    Ich hoffe, es gefällt dir!!
 
/*รูปบางรูป ขยายใหญ่=larger size pictures by click!
 
 
 
 
++++++++++++++++++++++++++++++++++
 
 
 
 
 [ Sieglinde's story]*
*Sieglinde & Elfrieder's story*
 ละครตอนยาว ของ ซี้กลินเด้อ กับ เอลฟรีเดอร์ ค่ะ
 
 *ตอนก่อนหน้ารวบรวมไว้แล้ว ที่
Photobucket
 
 
 
++++++++++++++++++++++++++++++
 
 
*การเขียนตอนต่อ แก้ใหม่ให้strong กว่าเดิม
ต้องขอขอบคุณพ่อแม่พี่น้องพ้องเพื่อนเรือนญาติทุกท่าน
ที่ให้การสนับสนุนนิยายตามใจฉันแต่ไม่ตามใจแอนนา มา ณ ที่นี้ค่ะ * smile
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
EP#15- Ehrlich Gesagt

(/*ภาษาเยอรมัน อ่านว่า /เอฮร์ลิคช์-เก่ซักท์/

 = to tell the truth  /เอ่ยความเป็นจริง )

 

ตอนต่อจาก นี้ค่ะ > http://kinderliebenfroh.exteen.com/20150430/fict-sieglinde-s-story-ep-14-zu-gute-letzt

 
 
 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

 

แม้ปัจจุบัน การเดินทางของมนุษย์บนโลกจะเจริญก้าวหน้าและรวดเร็วสักแค่ไหน แต่ซี้กลินเด้อ อาโพนี่ และ คูนิแบร์ทก็ยังคงต้องใช้การเดินเท้าและขี่ม้าเพื่อเดินทางลัดเลาะเข้าไปในป่าแบบสมัยอดีตกาลที่มนุษย์และเอลฟ์ป่าเคยใช้กัน นั่นเพราะเครื่องยนต์กลไลต่างๆของมนุษย์นั้น เมื่อเข้ามาในเขตป่าของเอลฟ์ก็จะดับลงและใช้การไม่ได้อยู่ดี ทำให้การเดินทางของพวกเขากินเวลาเป็นวัน แต่ระหว่างทางพวกเขาได้พูดคุยเรื่องราวต่างๆมากมาย จนพบว่าแท้ที่จริงแล้ว พวกเขาเพิ่งรู้ว่า ซี้กลินเด้อ คือ ลูกสาวของอัททิล่าและเป็นเจ้าสาวมนุษย์ที่ไปแต่งงานกับเอลฟรีเดอร์นั่นเอง

 

"ขออภัยจริงๆ ข้านี่ ทำไมไม่เอะใจแต่แรกกันนะ ท่าน คือ ท่านหญิงซี้กลินเด้อ บุตรสาวของท่านอัททิล่านั่นเอง...ข้าเคยพบท่านตอนเด็กๆที่มากับน้องชายของท่านนะคะ แต่ตอนนั้น ท่านถูกน้องชายตัดผมจนแหว่ง สั้นราวเด็กผู้ชาย แอบแปลกใจที่โตมาแล้ว งดงามกว่าที่คิดไว้ค่ะ ไม่คิดว่า เด็กที่หน้าตาละม้ายคล้ายคลึงท่านอัททิล่าจะโตมาแล้วงดงามขนาดนี้"

 

อาโพนี่ เอลฟ์ผมสีเงินที่ตอนนี้กลับออกเป็นสีส้มเพราะต้องกับแสงแดดยามเย็น เธอบอกกล่าวกับซี้กลินเด้อที่ตอนนี้ อยู่ในร่างของชายหนุ่มด้วยฤทธิ์ยาของน้องชาย ซึ่งเธอดื่มมันเพราะคิดว่า หากร่างกายแข็งแรงแบบผู้ชายน่าจะช่วยเหลือผู้อื่นได้มากกว่าตอนที่เป็นผู้หญิง แต่ถึงกระนั้น หัวใจของเธอก็ยังเป็นผู้หญิงอยู่ดี การที่ได้ยินอาโพนี่พูดถึงเธอ

สมัยเด็กๆและพูดชมเธอจึงทำให้รู้สึกเขินอายมากจนต้องเฉไฉชวนคุยในเรื่องอื่น

 

แต่แล้วจู่ๆ คูนิแบร์ทก็เอ่ยขึ้น

 

"ถึก...บึกบึน...เดินกับเรามาได้ขนาดนี้ ถึกทนสมเป็นท่านหญิงของท่านเอลฟรีเดอร์จริงๆ"

 

ทำให้ซี้กลินเด้อสะดุ้งเฮือกเกือบจะขำคำพูดของคูนิแบร์ทที่พูดขึ้นมา แต่แล้วในไม่กี่วินาทีสมองเธอก็ผุดภาพที่เธอไม่อยากเห็นของเอลฟรีเดอร์ขึ้นมา จนทำให้เธอรู้สึกเย็บวาบและรู้สึกหวาดหวั่นจนมือชาไปหมด

 

"ขอโทษที ข้าหมายถึง นอกจากหน้าตาแล้ว ก็ยังแข็งแกร่งกล้าหาญไม่แพ้ผู้ใด...ท่านกล้าอาสาเข้าป่ากับเรา ไม่หวั่นเกรงงานหนักและอันตราย น่านับถือจริงๆ สมแล้วที่ท่านเอลฟรีเดอร์เลือกท่านเป็นคู่ครอง ทางนั้นก็แข็งแกร่งกล้าหาญชาญชัยมาตลอดหลายพันปีจริงๆ"

คูนิแบร์ทรีบบอกเพราะเห็นสีหน้าซี้กลินเด้อไม่ค่อยดี และคิดว่าเธอคงไม่ชอบที่พูดชมว่า เธอสมชายชาตรีมากเกินไป

"หยุดเลยนะ คูนิแบร์ท คำพูดของเจ้าดูไม่เหมือนคำชมแม้แต่น้อย เอ่อ ท่านหญิงอย่าได้ถือสาเลย เขาเป็นคนพูดอะไรไม่ค่อยคิดค่ะ เขาเป็นมนุษย์ครึ่งจระเข้ โตมาในป่ากว่าจะเรียนรู้ชีวิตมนุษย์ก็อายุมากแล้ว เลยอาจจะ ไม่ค่อยรู้ธรรมเนียมมารยาทเท่าใดนัก แต่เขาไม่ได้มีเจตนาไม่ดีหรอกนะคะ ข้ารับรองได้เลย"

 

อาโพนี่ยิ้มเจื่อนๆพูดกับซี้กลินเด้อแล้วพลางเขม่นใส่คูนิแบร์ทด้วยสายตาเพื่อให้เขาหยุดพูดอะไรไป

มากกว่านี้ คูนิแบร์ททำหน้าเจื่อนๆ แต่ก็ยอมเงียบไปตามที่เพื่อนชาวเอลฟ์ของเขาแสดงออกมาทางสีหน้า

 

"จริงสิ ท่านหญิงน่าจะพอจะทราบจากท่านมาเนียร์ท หรือ ชาวเอลฟ์ที่เกาะนิวาสเอลฟ์แห่งแสง เกี่ยวกับอาการของพวกเราเหล่าเอลฟ์ป่า..."

 

อาโพนี่ถามเพื่อดึงความสนใจซี้กลินเด้อ ที่ตอนนี้ดูราวกับว่าจะหลุดลอยไปกับความคิดที่เธอเข้าไม่ถึง

 

"เอ๊ะ? เอ่อ...พอจะอ่านคร่าวๆจากโน้ตของมาเนียร์ทค่ะ แต่ยังไม่เข้าใจเท่าไร ต้องขอเห็นอาการด้วยตัวเองก่อน เพราะ เอ่อ ที่จริง ฉันยังไม่เคยเห็นชาวเอลฟ์เจ็บป่วยสักครั้งเลยจริงๆค่ะ"

 

ซี้กลินเด้อตะกุกตะกักตอบไป ที่จริง เธอได้ยินที่อาโพนี่ถามเพียงไม่กี่คำแต่พยายามประติดประต่อและรีบตอบไปเพื่อให้เธอไม่สงสัยว่าเธอมีปัญหาอะไรกับคำพูดของคูริแบร์ท หรือมีเรื่องผิดใจกับเอลฟรีเดอร์

 

"อาการของพวกเรา บางคนก็ล้มป่วยอย่างหนัก ทั้งตัวร้อน มีไข้ มีอาการเพ้อจากภาพหลอน และพูดถึงแต่สิ่งที่พวกเขาหวาดกลัวต่างๆนานา พวกเรา...ไม่เคยเป็นแบบนั้นค่ะ ที่เลวร้ายที่สุดคือ ทุกคนเริ่มล้มป่วยกันไปทั่ว ที่น่าแปลกคือ ผู้ที่เป็นสายเลือดบริสุทธิ์เป็นกลุ่มแรกที่ล้มป่วยอย่างรุนแรง แล้วต่อมาก็เริ่มลุกลามมาที่เอลฟ์กึ่งมนุษย์ หรือ เลือดผสมอย่างเรา ข้าเองก็เริ่มมีอาการไข้ไม่นานมานี้ แต่พอจะพยุงอาการไว้ได้เพราะยาที่ท่านหมอช่วยกันคิดค้นขึ้นมากับพวกเอลฟ์แห่งแสงค่ะ ยาของเรา แม้แต่คาถารักษาที่มีแต่โบราณต่างๆ ใช้ไม่ได้ผลเลยแม้แต่น้อย มันน่าแปลก...จริงๆ..."

 

ซี้กลินเด้อตั้งใจฟังจนแทบไม่กระพริบตา เป็นครั้งแรกที่เธอได้ยินเรื่องราวแบบนี้ เพราะปกติแล้ว เอลฟ์นั้นมีร่างกายที่แข็งแรงอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่มีแม้อาการไอ หรือ หวัดเล็กๆน้อยๆแบบมนุษย์ แผลเป็น หรือ จุดด่างพร้อยบนร่างกายก